
รายงานล่าสุดของ United Nations Environment Programme (UNEP) ระบุว่า หลุมฝังกลบ “โลมาส โลส โคโลราโดส” (Lomas Los Colorados) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานอกกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ใหญ่ที่สุดของโลกจากกิจกรรมของมนุษย์
หลุมฝังกลบดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากกรุงซานติอาโกราว 60 กิโลเมตร รองรับขยะจากครัวเรือนในเขตมหานครที่มีประชากรกว่า 7 ล้านคน ซึ่งแม้บริษัทผู้บริหาร KDM Empresas จะระบุว่า มีโครงการดักจับก๊าซมีเทนตั้งแต่ปี 2007 เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอแก๊สใช้ในโรงไฟฟ้าท้องถิ่น แต่ก็ชี้ว่าการวิเคราะห์ของ UNEP จากภาพดาวเทียม “ยังไม่เพียงพอ” สำหรับการสรุปภาพรวมทั้งหมด
สรุปข่าว
รายงานล่าสุดของ United Nations Environment Programme (UNEP) ระบุว่า หลุมฝังกลบ “โลมาส โลส โคโลราโดส” (Lomas Los Colorados) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานอกกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ใหญ่ที่สุดของโลกจากกิจกรรมของมนุษย์
หลุมฝังกลบดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากกรุงซานติอาโกราว 60 กิโลเมตร รองรับขยะจากครัวเรือนในเขตมหานครที่มีประชากรกว่า 7 ล้านคน ซึ่งแม้บริษัทผู้บริหาร KDM Empresas จะระบุว่า มีโครงการดักจับก๊าซมีเทนตั้งแต่ปี 2007 เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอแก๊สใช้ในโรงไฟฟ้าท้องถิ่น แต่ก็ชี้ว่าการวิเคราะห์ของ UNEP จากภาพดาวเทียม “ยังไม่เพียงพอ” สำหรับการสรุปภาพรวมทั้งหมด
ผลการศึกษาประเมินว่า กองขยะที่ถูกอัดแน่นเป็นรูปทรงคล้ายพีระมิดแห่งนี้ ปล่อยก๊าซมีเทนสูงถึง 102,667 ตันต่อปี เทียบเท่าการปล่อยก๊าซจากรถยนต์เกือบ 2 ล้านคันต่อปี และมากกว่าสถานีอันดับ 2 ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซในเติร์กเมนิสถานราว 20,000 ตัน
นายฮวน โฮเซ การ์เซส นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยซานติอาโก เตือนว่า แหล่งปล่อยก๊าซขนาดมหึมานี้ “อาจส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ในชิลี แต่ในระดับโลก”
ทั้งนี้ UNEP ระบุว่า ก๊าซมีเทนเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โดยระบบติดตาม “Methane Alert and Response System” (MARS) ใช้ตรวจสอบและลดการปล่อยก๊าซดังกล่าว
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องเผชิญผลกระทบโดยตรง หลายคนบอกว่า กลิ่นเหม็นและแมลงวันจากกองขยะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก
ด้านบริษัท KDM Empresas ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Urbaser Danner จากสหรัฐฯ-สเปน ยืนยันว่าโครงการดักจับก๊าซมีเทนสามารถลดการปล่อยสู่บรรยากาศได้มากกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร และลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 11 ล้านตัน โดยพลังงานที่ได้ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าซึ่งผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 100,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แนวทางสำคัญในการลดการปล่อยมีเทนคือการแยกขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร ออกจากระบบฝังกลบ และนำไปจัดการด้วยวิธีการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนหรือการทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดทั้งก๊าซเรือนกระจกและกลิ่นเหม็นที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบ
- “พื้นที่ยูเนสโก” ยังยืนหยัด เป็นที่หลบภัยสุดท้ายของคนและสัตว์ป่า แม้โลกกำลังเผชิญวิกฤตธรรมชาติ
- แค่ร้อนขึ้น 2 องศาฯ โลกอาจพังเร็วกว่าคิด!
- เตือนวิกฤตธรรมชาติอังกฤษ เสี่ยงสูญพันธุ์กว่า 200 ชนิดใน 20 ปี ชี้ “จุดไม่หวนกลับ” ใกล้มาถึง
- “เกาหลีใต้” ชู 12 มาตรการ เร่งประหยัดพลังงานทั่วประเทศ รับมือความไม่แน่นอนน้ำมันโลก
- “ดร.สนธิ” ชี้ วิกฤตน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง กระทบต่อสิ่งแวดล้อม
