
สรุปข่าว
ในวันที่ 9-13 ธันวาคมของทุกปีเป็นสัปดาห์อนุรักษ์มรดกโลก (World Heritage Week) โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้กำหนดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของมรดกโลก ทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานที่สำคัญที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วทั้งหมด 8 แห่ง โดยแบ่งประเภทได้ดังนี้
มรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง ได้แก่
1. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร จ.สุโขทัย ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
2. นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
3. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2535
4. เมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566
5. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี 2567 เป็นมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย
มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่
1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ จ.อุทัยธานี จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
2. ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.บุรีรัมย์ จ.สระแก้ว จ.นครนายก และ จ.สระบุรี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2548
3. กลุ่มป่าแก่งกระจาน ที่มีพื้นที่ธรรมชาติ ครอบคลุมถึง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564
วัฒนธรรมและธรรมชาติเป็นสิ่งที่จะอยู่กับมนุษย์ไปอีกนานแสนนาน เราทุกคนจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามในทุก ๆ วัน ให้คงอยู่สืบไป
ที่มา: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand