
สรุปข่าว
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย จะเริ่มขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566
ปีนี้จะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำที่สุด 8-9 องศาเซลเซียส ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บริเวณประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20-21 องศาเซลเซียส บริเวณกรุงเทพมหานคร อุณหภูมิต่ำที่สุด 17-18 องศาเซลเซียส ช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดคือเดือนธันวาคมถึงมกราคมปีหน้า คาดว่าจังหวัดที่จะหนาวเย็นที่สุดในประเทศไทยปีนี้ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน สกลนคร และนครพนม
ขณะที่ภาคใต้ตอนบนจะมีอากาศเย็นในบางวัน แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นโดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออก ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมอาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งความสูง 3-4 เมตร จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมฯ อย่างใกล้ชิดไว้ด้วย
ดร. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย ประจำปี 2565 ว่า ฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้ เริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมชั้นบนระดับล่าง ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกหรือตะวันออกเฉียงเหนือ และลมชั้นบนระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมถึงเกณฑ์ของอุณหภูมิและปริมาณฝนในตอนบนของประเทศได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฤดูหนาวในปีนี้จะเริ่มขึ้นในวันที่ 29 ต.ค. 2565 และจะสิ้นสุดฤดูในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2566
บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20-21 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสูงกว่าค่าปกติประมาณประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส) แต่จะมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 21 องศาเซลเซียส)
บริเวณตอนบนของประเทศอย่างภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอุณหภูมิต่ำสุด 8-9 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย น่าน สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำที่สุดบริเวณกรุงเทพมหานคร 17-18 องศาเซลเซียส และปริมณฑล 15-16 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ถึงปลายเดือนมกราคม 2566
สำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภู รวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ในขณะที่บริเวณภาคใต้ จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวันส่วนมากตอนบนของภาค แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่
สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีกำลังแรงเป็นระยะ ๆ ในบางช่วงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมอาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งความสูง 3–4 เมตร
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากกรมฯ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งควรระวังอันตรายที่อาจเกิดจากพายุหมุนเขตร้อน น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย
ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา
ภาพจาก ผู้สื่อข่าวจ.เชียงใหม่
- 1- 7 มิ.ย.68 ฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักด้านรับมรสุม
- พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 1 มิถุนายน 2568
- พยากรณ์อากาศ 7 วัน ไทยตอนบนฝนลดลง ภาคใต้ฝั่งอันดามันฝนตกต่อเนื่อง
- กรมอุตุฯ พยากรณ์สภาพอากาศ 15 วันล่วงหน้า เตือนฝนตกหนักบางพื้นที่ด้านรับมรสุม
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 1 มิถุนายน 2568 เตือนทั่วไทยฝนตกหนัก กทม. มีฝน 60% ของพื้นที่
- เตือนทั่วไทยยังมีฝน ต้นเดือนมิ.ย.ฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักด้านรับมรสุม
- พยากรณ์อากาศ 7 วัน 1-6 มิ.ย.ไทยตอนบนฝนเริ่มลด ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
