
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เตรียมยกระดับการดำเนินคดีกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชื่อดังถูกจับกุมพร้อมยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ นายทุน และผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
สรุปข่าว
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เตรียมยกระดับการดำเนินคดีกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชื่อดังถูกจับกุมพร้อมยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ นายทุน และผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกทั้งด้านการสืบสวน ขยายผล ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติด
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับแนวทางการดำเนินคดีในมิติของ "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หลังพบว่าพฤติการณ์ของคดีอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ
คณะทำงานชุดดังกล่าวมี พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 และ พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 เป็นแกนหลัก บูรณาการการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตลอดจนตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แนวทางการสืบสวนจะมุ่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ ทั้งการสอบปากคำเพื่อนสนิทของผู้ต้องหา คนขับรถส่งของ เจ้าของรถที่ใช้ในการขนส่ง การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี
จากการสืบสวนในเบื้องต้นพบว่า คดีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเกี่ยวเนื่องกัน
สำหรับความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดยืนยันว่า บช.ปส.จะเดินหน้าขยายผลคดีนี้อย่างเต็มที่ เพื่อติดตามตัวผู้สั่งการ นายทุน ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรายใดหลบเลี่ยงความรับผิด พร้อมเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมและประเทศ
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
