
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับหิ้วสิ่งของหรือรับฝากกระเป๋าสัมภาระระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด หลังพบขบวนการค้ายาเสพติดยังคงใช้วิธีหลอกลวงหรือว่าจ้างบุคคลให้ขนส่งพัสดุข้ามประเทศ โดยซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายใน ซึ่งหากถูกตรวจพบ ผู้รับหิ้วอาจตกเป็นผู้ต้องหาฐานลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติด แม้จะอ้างว่าไม่รู้มาก่อนก็ตาม โดยความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดประเภท 1 เช่น เฮโรอีน ไอซ์ ยาบ้า และยาอี มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายของประเทศปลายทาง
สรุปข่าว
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับหิ้วสิ่งของหรือรับฝากกระเป๋าสัมภาระระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด หลังพบขบวนการค้ายาเสพติดยังคงใช้วิธีหลอกลวงหรือว่าจ้างบุคคลให้ขนส่งพัสดุข้ามประเทศ โดยซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายใน ซึ่งหากถูกตรวจพบ ผู้รับหิ้วอาจตกเป็นผู้ต้องหาฐานลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติด แม้จะอ้างว่าไม่รู้มาก่อนก็ตาม โดยความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดประเภท 1 เช่น เฮโรอีน ไอซ์ ยาบ้า และยาอี มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายของประเทศปลายทาง
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดกรณีที่ทางการออสเตรเลียควบคุมตัวลูกเรือสายการบินรายหนึ่งในข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีนที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ภายใต้ "ปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม Taskforce Storm" ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ขยายผลจับกุม และติดตามยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งในไทย ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ
ล่าสุด ป.ป.ส. ได้รับข้อมูลสำคัญจาก AFP ซึ่งช่วยให้เห็นข้อเท็จจริงของคดีชัดเจนมากขึ้น และอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย
ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมของหญิงผู้ถูกกล่าวหาในประเทศไทย พร้อมสอบปากคำแฟนของผู้ต้องหา เพื่อสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติด รวมถึงติดตามผู้ที่เชื่อว่าเป็นเจ้าของยาและผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) มีมาตรการตรวจค้นและสแกนสัมภาระทั้งแบบถือขึ้นเครื่องและสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องด้วยเครื่องเอกซเรย์ รวมถึงลูกเรือทุกคนก็ต้องผ่านการตรวจค้นตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้โดยสาร
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ส. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับ AOT เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองให้รัดกุมยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ ผ่านคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดประจำท่าอากาศยาน (AITF) และท่าเรือ (SITF) รวมถึงขยายความร่วมมือในระดับอาเซียนผ่าน AAITF และ ASITF ควบคู่กับการจัดอบรมผู้ประกอบการขนส่งและบริษัทเอกชน เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุระหว่างประเทศ
ป.ป.ส. ย้ำว่า หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัยหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง.
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
