2
shared

รถตู้กทม.-หัวหินปิดกิจการหลังขนส่งไม่ต่อใบอนุญาต

14 มิถุนายน 2562 12:46 1,301
รถตู้เอกชน กรุงเทพฯ-หัวหิน ประกาศปิดกิจการผ่านเฟสบุ๊ค หลังอายุการใช้งานครบ 10 ปี ขนส่งไม่ต่อใบอนุญาต

วันนี้ ( 14 มิ.ย. 62 )กรณีรถตู้เอกชน กรุงเทพฯ-หัวหิน ประกาศปิดกิจการผ่านเฟสบุ๊ค โดยจะยุติการให้บริการสิ้นเดือนนี้พร้อมระบุสาเหตุเกิดจากนโยบายจัดระเบียบรถสาธารณะของ คสช. ล่าสุดผู้บริหารรถตู้สาธารณะรายนี้ระบุว่า จำเป็นต้องหยุดให้บริการเนื่องจากรถตู้มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ขนส่งไม่ต่อใบอนุญาต และลูกค้าน้อยหลังถูกจัดระเบียบโดยคสช.

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี เฟซบุ๊ก 'รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน-บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต' ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีต้นทางที่สถานีรถตู้หัวหิน ซอยหัวหิน 51 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลายทางที่สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 30 มิ.ย. 62 เตรียมปิดกิจการ และ ขอบคุณทุกท่านที่เคยใช้บริการ #RIPรถตู้สาธารณะ' โดยหลังข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฎว่า ได้มีผู้ใช้บริการเข้ามาตอบกลับแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ที่คิวรถตู้โดยสารสาธารณะ ซอยหัวหิน51 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าที่บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร ของบริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ได้ปิดให้บริการ เพียง 1 บริษัท เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นยังให้บริการตามปกติ โดยวันนี้มีลูกค้าที่เป็นชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทยอยเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อโทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยังต้นสังกัด ปรากฏว่าผู้บริหารคิวรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต รายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้รถตู้ของบริษัทฯ จะอายุการใช้งานครบ 10ปี ขนส่งจะไม่ต่อใบอนุญาตขนส่งสาธารณะให้ ทำให้ไม่สามารถวิ่งรถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามเดิม จากเดิมที่เคยมีรถตู้วิ่งในคิวกว่า 100คัน โดยมีจุดหมายปลายทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายหลังจากที่ คสช.ได้จัดระเบียบคิวรถตู้ทั่วประเทศ เมื่อ 5ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องย้ายคิวไปอยู่ปลายทางที่ปิ่นเกล้าแทน และคิวรถทุกคันต้องมาอยู่รวมกัน

ทั้งจุดที่กรุงเทพมหานคร และจุดที่หัวหิน ทำให้มีการแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งลูกค้าลดน้อยลง สุดท้ายจึงไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ส่วนข้อความในเฟชบุคมีพนักงานคนหนึ่งโพสต์ขึ้น ซึ่งภายหลังมีการเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากนัก ต้องรอดูท่าทีจากรัฐบาลก่อน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น กระทบต่อผู้ประกอบการรถตู้ทั่วประเทศ

ด้านนายสุทธิพันธ์ จิตนิยม อดีตคนขับรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยมีรถตู้เป็นเจ้าของเอง 1คัน และเอารถตู้เข้าร่วมกับคิวของบริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ภายหลังมีการจัดระเบียบรถสาธารณะ และมีการย้ายคิวมารวมกัน ทำให้ลูกค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง มองอนาคตว่าไปไม่รอด เพราะมีการแข่งขันที่สูงมาก จึงตัดสินใจขายรถตู้ทิ้ง มาสมัครเป็นพนักงานขับรถรับจ้างขับให้กับคิวอื่นแทน ไม่ต้องแบกภาระดูแลรถตู้ ไม่ต้องเสี่ยงกับกรณีรถหมดอายุ ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ รถบางคันยังผ่อนไม่หมดแต่อายุครบกำหนดต้องหยุดให้บริการก่อนแล้ว

ยอมรับว่าการจัดระเบียบของ คสช.มีผลต่อผู้ประกอบการ จากเดิมที่แต่ละบริษัทฯเคยอยู่คิวใครคิวมันตามที่ต่างๆ แต่ไม่ต้องแย่งลูกค้ากับบริษัทอื่น แต่เมื่อถูกจับมารวมกัน ทำให้แต่ละบริษัทฯต้องแย้งลูกค้ากัน เกิดปัญหาขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าจะเกิดปัญหาเวลาถึงเทศกาลวันหยุดยาว ที่จะไม่มีรถวิ่งให้บริการประชาชน หรือรถมีไม่เพียงต่อกับความต้องการ

ส่วนนายบุญลือ พินอูป พนักงานขับรถตู้เอกชน อีกราย กล่าวเพิ่มเติมว่า รถตู้ของตนเองที่เอาวิ่งร่วมกับคิวเอกชนก็มีอายุใช้งานใกล้ครบ 10 ปีแล้ว ซึ่งตามกฎหมายเมื่อรถตู้มีอายุครบ 10 ปี จะไม่สามารถต่อใบอนุญาตเดินรถสาธารณะได้ และไม่สามารถซื้อรถตู้คันใหม่มาขออนุญาตได้ จะต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสแทน ซึ่งราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งตนเองคงไม่มีปัญญาซื้อใหม่แน่นอน จากรถตู้คันละล้านกว่าบาท เมื่อตกแต่งแล้วเกือบ 2 ล้านบาท ผ่อนกับไฟแนนซ์ราคาก็สูงขึ้นอีก

หากต้องซื้อรถมินิบัสราคาเริ่มต้นคันละ 3 ล้านกว่าบาท ยังไม่รวมค่าตกแต่ง ซึ่งผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยส่วนใหญ่แบกรับภาระไม่ไหว คาดว่ารถตู้จะทยอยหายไป ในอนาคตรถตู้คงค่อยๆหมดไปเรื่อยๆซึ่งจะกระทบกับผู้โดยสารอย่างแน่นอน เพราะเมื่อรถน้อยลง แต่ละคิวจะต้องนานขึ้น ผู้โดยสารจะต้องรอนาน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาล รถจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร อยากให้หน่วยงานลงมาจัดการกับปัยหานี้