1
shared

ดาวโจนส์ปิด 26,106.77 จุด รับแรงหนุนกลุ่มพลังงาน

14 มิถุนายน 2562 08:11 117
ดาวโจนส์ปิด 26,106.77 จุด เพิ่มขึ้น 101.94 จุด หลังได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน

วันนี้ (14 มิ.ย.62) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่ซบเซา

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,106.77 จุด เพิ่มขึ้น 101.94 จุด หรือ +0.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,891.64 จุด เพิ่มขึ้น 11.80 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,837.13 จุด เพิ่มขึ้น 44.41 จุด หรือ +0.57%

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐกล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในครั้งนี้

ทั้งนี้ หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 4% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ปรับตัวขึ้น 0.9% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.6%  หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 2% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 2.01% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.8%

หุ้นวอลท์ ดิสนีย์ ทะยานขึ้น 4.4% หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนสมาชิกที่ใช้บริการ Disney Plus ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิ่งของวอลท์ ดิสนีย์

หุ้นไทสัน ฟู้ดส์ ดีดตัวขึ้น 0.8% หลังจากบริษัทประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เนื้อวัวภายใต้แบรนด์ "Raised & Rooted" โดยมีเป้าหมายที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดจากบียอนด์ มีท ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง ขณะที่รายงานข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นบียอนด์ มีท ปิดตลาดลดลง 0.4%

หุ้นทาร์เก็ต คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ขยับขึ้นเพียง 0.1% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสอีก 3.1%

หุ้นลูลูเลมอน แอธลีติกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดออกกำลังกายชื่อดัง พุ่งขึ้น 2.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้และยอดขายที่ดีเกินคาดในไตรมาสแรก

หุ้นทวิตเตอร์ ร่วงลง 3.1% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์มอฟเฟตต์ เนแธนสัน คาดการณ์ว่า ต้นทุนการดำเนินงานของทวิตเตอร์จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทชะลอตัวลง

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ก็ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ทั้งนี้ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาส 97% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.