7
shared

เปิดประวัติ 'รักเกียรติ สุขธนะ' รัฐมนตรีคนแรก ที่ต้องโทษจำคุกคดีทุจริตรับสินบน

13 มิถุนายน 2562 13:14 3797

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรักเกียรติ สุขธนะ  อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี 7 สมัย และอดีตรัฐมนตรี 5 สมัย ได้เสียชีวิตลงที่ จ.เชียงราย ในวัย 65 ปี  และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 14 มิถุนายนนี้


สำหรับประวัติ นายรักเกียรติ สุขธนะ (4 เมษายน พ.ศ. 2497-) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี 7 สมัย และอดีตรัฐมนตรี 5 สมัย เมื่อปี พ.ศ. 2541 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน 5 ล้านบาทจากบริษัทยาและมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ศาลมีคำพิพากษาในปี พ.ศ. 2546 ให้จำคุกและยึดทรัพย์


คดีทุจริตรับสินบน


นายรักเกียรติ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 14 พฤศจิกายน 2540 (ลาออก 15 ก.ย. 2541)) เป็นรัฐมนตรีคนแรก ที่ต้องโทษจำคุกในคดีทุจริตรับสินบน ตามการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานทุจริตรับเงินสินบน 5 ล้านบาทจากบริษัทยา ทำให้สาธารณสุขจังหวัดต้องจัดซื้อยาในราคาแพงกว่าปกติตั้งแต่ 50 % ถึงกว่า 300% ในพื้นที่ 34 จังหวัดทั่วประเทศ ความเสียหายโดยประมาณ 181.7 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2546  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่า


...จำเลยสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีทางกฎหมายแต่กลับมาทำความผิดคอร์รัปชันเช่นนี้ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ให้ลงโทษจำคุก 15 ปี


— คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑/๒๕๔๖

นายรักเกียรติยังเป็นจำเลยในคดีร่ำรวยผิดปกติอีกด้วย โดยวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2546 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของนายรักเกียรติจำนวน 233.88 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน[3] อนึ่งระหว่างที่ดำเนินกระบวนพิจารณานั้นได้มีการเคลื่อนย้ายเงินสดออกจากบัญชีที่เกี่ยวข้อง ทำให้ในที่สุดกรมบังคับคดีต้องยึดอสังหาริมทรัพย์ของนายรักเกียรติแทน[ต้องการอ้างอิง]


นอกจากนี้มีโทษจำคุกตามคดีเช็ค อีก 30 เดือน รวมทั้งสิ้นเป็น 17 ปี 6 เดือน



การหลบหนีและการรับโทษ



นายรักเกียรติหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา จนกระทั่งมีผู้พบเห็นนายรักเกียรติออกกำลังกายในสวนสาธารณะย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จึงถูกตำรวจจับกุมตัวมารับโทษตามคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547


ภายหลังที่เข้ารับโทษที่เรือนจำคลองเปรม นายรักเกียรติ ได้รับการลดโทษเหลือ 9 ปี 2 เดือน และ 7 ปี 6 เดือน ตามลำดับ


นายรักเกียรติได้รับโทษจำคุกนานกว่า 5 ปี เหลือโทษจำคุกจริงอีก 2 ปี 6 เดือน หรือประมาณ 1 ใน 3 จึงเป็นคุณสมบัติตามเกณฑ์การขอพักการลงโทษ คณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษฯ จึงอนุมัติให้พักการลงโทษและได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อให้ปล่อยตัว  นายรักเกียรติออกจากเรือนจำตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552


บวชเป็นพระสงฆ์

นายรักเกียรติได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา โดยได้รับฉายาว่า รกฺขิตธมฺโม จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังพญานาค วัดใหม่สุขธนะศรีนคราราม บ้านวังชัย ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเคยเป็นสำนักงานเก่าเมื่อสมัยเป็นนักการเมือง มีบทบาทในการเทศนาและให้ข้อเตือนใจนักการเมืองทั้งหลาย  และได้ลาสิกขาบท เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556 รวมระยะเวลาบวชทั้งสิ้น 3 พรรษา 2 เดือน