0
shared

เศรษฐีในไทยมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 9.9% ต่อปี

13 มิถุนายน 2562 11:26 92
ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ได้จัดทำ "รายงานความมั่งคั่งในประเทศไทย ปี 2562 พบว่า กลุ่มลูกค้าเศรษฐีไทยเติบโตสูง แต่ละปียอดสินทรัพย์เพิ่มขึ้น9.9% มูลค่าโดยรวมกว่า 401,200 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ

            ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์  ได้จัดทำ "รายงานความมั่งคั่งในประเทศไทย ปี 2562 (Wealth Report Thailand 2019)" ซึ่งนับเป็นฉบับแรกที่จัดทำโดยไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ เพื่อศึกษาตลาด กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High Net Worth Individuals-HNWIs) ในประเทศไทย   โดยเก็บข้อมูลจากลูกค้ากลุ่ม HNWIs จำนวน 351 คน  นำมาสู่การคาดการณ์ในช่วงเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2558-2563) โดยกลุ่มลูกค้า HNWIs ในประเทศไทยจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 9.9% ต่อปี  ทำให้มีมูลค่าโดยรวมกว่า 401,200 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ

         ซึ่งปัจจัยที่หนุนการเติบโตนี้ คือการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของความมั่งคั่งครัวเรือน เศรษฐกิจดีขึ้น รวมไปถึงการที่ราคาของอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย น่าจะแตะที่ระดับ 1,800 จุดได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้  และประเทศไทยจะยังมีฐานะทางการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง


        รายงานดังกล่าว  ยังระบุอีกว่ากลุ่ม HNWIs ในประเทศไทยกว่า 56%  สนใจการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) มากกว่าการคงการรักษาระดับความมั่งคั่ง (Wealth Preservation) ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 41% โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีรูปแบบ การจัดพอร์ตในลักษณะเดียวกับกลุ่ม HNWIs ในต่างประเทศ คือ นิยมลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง เช่น หุ้น พันธบัตร และกองทุน แต่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังเป็นการลงทุนในประเทศ โดยนักลงทุนกลุ่ม HNWIs ในไทยลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7%  และการลงทุนทางเลือก อื่นๆ อยู่ที่ 6% ขณะที่นักลงทุนกลุ่ม HNWIs ในต่างประเทศ  จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และ การลงทุนทางเลือกอื่นๆ ในอัตรา 17% และ 9% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีโอกาสที่จะ ขยายตัวได้อีกมาก

        นางจิรลาวัณย์ ตั้งกิจเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ กล่าวว่าภาพรวมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของไทย   โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง (High Net Worth Individuals-HNWIs) มีการเติบโตในอัตราที่สูง   และคาดว่าจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ   เนื่องจากกลุ่ม HNWIs มีความรู้มากขึ้นและเงื่อนไขทางกฎหมายและนโยบายเอื้อต่อการลงทุนและบริหารจัดการความมั่งคั่งได้สะดวกขึ้น แต่ยังไม่ได้รับบริการอย่างเพียงพอ และมีความต้องการลงทุนในต่างประเทศอยู่มาก 


        สำหรับ  พฤติกรรมและทัศนคติของนักลงทุนเฉพาะกลุ่มที่ให้ความเห็นในการจัดทำแบบสำรวจครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้ประกอบการมิลเลนเนียล (Millennial Entrepreneur) อายุไม่เกิน 40 ปี ให้ความสำคัญกับบริการทางการเงินดิจิทัล และ การเพิ่มพูนความมั่งคั่ง (Wealth Creation) มากกว่าการคงระดับรักษาความมั่งคั่ง (Wealth Preservation) อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับอีก 2 กลุ่ม กลุ่มผู้ประกอบการ มิลเลนเนียลกลับมีความเข้าใจน้อยที่สุดว่าจะเข้าถึงโอกาสการลงทุนในต่างประเทศได้อย่างไร

        2.กลุ่มนักลงทุนเต็มตัว (Mature Investors) อายุระหว่าง 41 - 60 ปี เป็นกลุ่มที่มีความรู้ความเข้าใจมากที่สุดถึงรูปแบบความหลากหลายของสินทรัพย์การลงทุนในต่างประเทศเมื่อเทียบกับอีกสองกลุ่ม

        3.กลุ่มคนเกษียณไฮเทค (Techie Retiree) อายุมากกว่า 60 ปี เป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการลงทุนในต่างประเทศน้อยที่สุดและต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการลงทุนมืออาชีพ มาช่วยจัดการบริหาร การเงินให้ประเด็นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใช้งาน โซเชียลมีเดียมากที่สุดใน 3 กลุ่ม