3
shared

เตรียมยุบกองทุนน้ำมันฯเปลี่ยนเป็น สนง.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน

12 มิถุนายน 2562 16:34 571
สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) นับถอยหลังถูกยุบหลัง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ มีผลบังคับใช้ 24 ก.ย.นี้ โดยจะเปลี่ยนไปเป็นสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแทน พร้อมจัดทำแผนรับวิกฤตราคาน้ำมันในอนาคต

จากการที่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 27 พ.ค. จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ก.ย.นี้นั้น   นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพน. ระบุว่า  ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.บ.ดังกล่าว  จะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่   ยื่นเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกพระราชกฤษฎีกายุบ สบพน.เพื่อให้สอดรับกับ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันฯ   ขณะเดียวกันจะมีการตั้งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ทั้งนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว   กำหนดวงเงินที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันสุทธิไม่เกิน 40,000 ล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท   หากเกินจากนั้นจะต้องเสนอ ครม.ออกพระราชกฤษฎีกา และการใช้เงินจะต้องนำมารักษาเสถียภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (รวมก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ในประเทศ   ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกรณีวิกฤตการณ์ด้านน้ำมัน ซึ่งจากกรณีดังกล่าวจึงได้ว่าจ้างให้สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยดำเนินการศึกษา 3 ด้าน  คือ  แผนรองรับวิกฤตราคาน้ำมัน   ,ยุทธศาสตร์การบริหารกองทุนน้ำมันฯ ,และ  แผนลดการชดเชยน้ำมันจากเชื้อเพลิงชีวภาพภายใต้ พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้เลิกการชดเชยในระยะเวลา 3 ปี  หลังกฏหมายมีผลบังคับใช้ และหากจะต่อให้ต่อได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี

โดยเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำรองรับ  นอกเหนือจากวางโครงสร้างบริหารของสำนักงานใหม่ที่จะต้องเร่งให้เสร็จก่อน  โดยเฉพาะเรื่องแผนรองรับวิกฤตน้ำมัน  ซึ่ง พ.ร.บ.น้ำมันฯ ออกมา  ก็เพื่อทำให้มีความชัดเจนจากเดิมที่อาศัยคำสั่งนายกรัฐมนตรีดำเนินการเท่านั้น 


ในแผนการดำเนินงานโดยเฉพาะการปรับโครงสร้างการทำงาน  จะเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะมีทั้งหมด 15 คน โดยมีกรรมการ 11 คนมาโดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาจากสรรหา 4 ตำแหน่ง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ดังนั้น เมื่อกฎหมายบังคับ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่เดิมจะต้องพิจารณานโยบายน้ำมันเชื้อเพลิง  ก็จะตัดหน้าที่นี้ออกไปและไปดูเรื่องไฟฟ้าเป็นหลักแทน 

ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ 41,435 ล้านบาท แต่บัญชีแอลพีจีติดลบ 6,609 ล้านบาท ทำให้ฐานะกองทุนสุทธิอยู่ที่ 34,826 ล้านบาท โดยมีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเฉลี่ย 1,371 ล้านบาทต่อเดือน โดยแนวโน้มราคาแอลพีจีตลาดโลก  ขณะนี้ลดลงต่อเนื่อง   ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยอยู่ 0.32 บาทต่อลิตรหรือมีเงินไหลเข้าเดือนละ 29 ล้านบาท ในระยะสั้นจึงไม่น่าจะเกินวงเงินติดลบ 7,000 ล้านบาทที่ กบง.กำหนดไว้


อย่างไรก็ตาม การยกเลิกอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้งเอทานอล และไบโอดีเซลภายใต้ พ.ร.บ.น้ำมันฯ ขึ้นอยู่กับแนวทางดำเนินงานของรัฐบาลใหม่  รวมถึงจะมีการร่าง พ.ร.บ.พลังงานทดแทนขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะหรือไม่ เช่นเดียวกับราคา NGV ที่ขณะนี้ได้ลอยตัวราคาแล้ว  แต่ บมจ.ปตท.ยังคงดูแลส่วนของการอุดหนุนให้กับรถสาธารณะ ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มาดูแลแทนหรือไม่ก็อยู่ที่ระดับนโยบายเช่นกัน