2
shared

โตโยต้ายังครองเจ้าตลาดรถตู้โดยสาร

12 มิถุนายน 2562 09:55 156
โตโยต้า เผยยังเป็นเจ้าตลาดรถตู้โดยสาร ครองส่วนแบ่งตลาดที่ 93% เล็งเพิ่มยอดขาย คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ ในไทย และขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้

           โทชิสึกุ อิจิมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ออโต้ เวิคส จำกัด (TAW) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท โตโยต้า ออโต้ บอดี้ จำกัด ประเทศญี่ปุ่นและบริษัท โตโยต้า มอเตอร์​ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ได้ใช้งบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท ในการเปิดสายการผลิตโตโยต้า คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ในประเทศไทย ที่มีโรงงานตั้งอยู่ที่สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ  โดยมีกำลังการผลิตปีละ  16,000 คัน และมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในการผลิต  52%   ซึ่งโตโยต้าตั้งเป้าหมายการจำหน่ายโตโยต้า คอมมิวเตอร์ไว้ที่  750 คันต่อเดือนในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมาที่มียอดจำหน่ายรุ่นเก่าที่ 650 คันต่อเดือน   โดยโตโยต้าเป็นเจ้าตลาดรถตู้โดยสารที่ส่วนแบ่งตลาด 93%   ซึ่งมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถตู้โดยสารเติบโตได้

          ส่วนการส่งออกจากโรงงานของทีเอดับบลิวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า จะมีการส่งออกไปยังตลาดใดบ้าง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการเจรจา ประกอบกับรถยนต์รุ่นเดิมก็ยังมีการจำหน่ายอยู่ในบางประเทศ จึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ขณะนี้ ซึ่งในรุ่นก่อนหน้านี้ที่มีการผลิตในประเทศไทยก็มีการส่งออกไปยังตลาดเวียดนาม

          ขณะที่รถตู้ไฮเอซ รุ่นหลังคาเตี้ยและรถตู้ทึบจีแอล ที่จะเริ่มทำตลาดในประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ จะเป็นการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด แทนที่ก่อนหน้านี้จะมีการนำเข้าไฮเอซจากประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมองว่า ตลาดในไทยยังไม่ใหญ่มาก ทำให้ยังไม่มีความคุ้มค่าหากเปิดสายการผลิตในไทย

             ทั้งนี้ ตลาดรถตู้โดยสารถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญของโตโยต้าเป็นอย่างมาก โดยรถรุ่นก่อนหน้านี้ มียอดจำหน่ายรวมกันทั่วโลกกว่า 6.3 ล้านคัน ขณะที่ประเทศไทยก็มียอดจำหน่ายสะสมในเจนเนอเรชั่นที่ 5 มากถึง 1.78 แสนคัน และประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังเวียดนามอีกปีละ 2,000 คันอีกด้วย

         ส่วนตลาดรถมินิบัส ที่โตโยต้านำเข้ารถรุ่นโคสเตอร์มาจำหน่ายด้วยการนำเข้าแบบสำเร็จรูปนน เป็นไปตามความต้องการของตลาดการเดินรถแบบช่องทางประจำ (Fixed route) ที่คาดว่า จะมีส่วนแบ่งตลาดรถโดยสารที่ 7-8% หรือมียอดขาย 50-60 คันต่อเดือนเท่านั้น   ซึ่งโตโยต้ามองว่า  โคสเตอร์สามารถตอบสนองความต้องการและนโยบายภาครัฐในเรื่องของการหาสินค้าที่มีความปลอดภัยในการใช้งานได้ แต่มองว่ายอดจำหน่ายดังกล่าวก็ไม่มีความคุ้มค่าในการเปิดสายการผลิตในประเทศไทย จึงตัดสินใจนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยตามที่มีการประกาศไปก่อนหน้านี้

          ขณะที่แผนการลงทุนเพื่อเปิดสายการผลิตโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ประเทศเมียนมาร์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งการสร้างโรงงานผลิตที่อาจจะล่าช้า  เนื่องจากเข้าช่วงหน้าฝน แต่คาดว่าจะสามารถเปิดสายการผลิตได้ตามแผนที่วางไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ด้วยเป้าหมายการผลิตปีละ 2,500 คัน ซึ่งประเทศไทยจะทำหน้าที่หลักในการป้อนชิ้นส่วนเพื่อการประกอบให้กับโรงงานแห่งนี้  ขณะเดียวกันวิศวกรของไทยที่เข้าไปมีส่วนร่วมในสายการผลิตจะได้เรียนรู้และได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

        อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า  การที่โตโยต้าตัดสินใจลงทุนในประเทศเปิดใหม่อย่างเมียนมาร์ ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากโครงสร้างภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปที่สูงถึง 25%  ไม่รวมอัตราภาษีอื่น ๆ ในปัจจุบัน และหากพม่าเปิดประเทศอย่างเต็มที่  อุตสาหกรรมรถยนต์โดยเฉพาะรถปิกอัพ ก็น่าจะเติบโตตามธุรกิจก่อสร้างและท่องเที่ยวด้วย