2
shared

'เซนต์คาเบรียล' แจงคลิปมิจฉาชีพฉกทรัพย์ในโรงเรียน

11 มิถุนายน 2562 15:37 233
ผอ.โรงเรียนเซนต์คาเบรียล แจงเหตุคลิปมิจฉาชีพฉกทรัพยสิน เป็นการก่อเหตุครั้งที่ 2 และร.ร.มีภาพจากกล้องวงจรปิด และคอยจับตาจนจับตัวได้ ยันมาตรการเข้มดูแลนักเรียน กล้องวงจรปิด 241 ตัว ครูปกครองประจำ 37 จุดทุกวัน จ่อเพิ่มทำบัตรประจำตัว

วันนี้ (11 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาในโรงเรียนหลังเลิกเรียนและขโมยทรัพย์สินมีค่าจากกระเป๋านักเรียนของโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งต่อมาครูและเจ้าหน้าที่สามารถช่วยกันสกัดจับคนร้ายได้สำเร็จ ก่อนจะหนีพ้นประตูโรงเรียน แต่จากภาพที่ปรากฎ พบว่า รถจักรยานยนต์ได้ไถลไปโดนนักเรียนที่เดินอยู่ในจุดใกล้เคียงด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้มีความห่วงใยมาตรการและความปลอดภัยของนักเรียน

ภราดา ดร.มณฑล ประทุมราช ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ได้ชี้แจ้งเรื่องราวดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เป็นเหตุการณ์ในวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาเป็นการก่อเหตุครั้งที่ 2 แต่ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 6 มิ.ย.ผู้ก่อเหตุลักลอบมาขโมยของในกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่บริเวณตึกแม่พระรับสาส์น ขโมยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โทรศัพท์มือถือและเงินสดประมาณ 2,000 บาท โดยเด็กเป็นลูกของครูในโรงเรียนเอง

ทันทีที่ทราบเรื่องนักเรียนได้มาแจ้งกับฝ่ายปกครองและผู้ปกครองได้ไปแจ้งความที่ สน.สามเสน จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนพบว่า ผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวสวมแจ็คเก๊ตสีชมพูและนำรถจักรยานยนต์มาจอดใกล้บริเวณป้อมยามตรงทางออก ก่อนจะมาก่อเหตุลักทรัพย์ รถจักรยานยนต์จึงได้ส่งภาพผู้ก่อเหตุส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่งให้แก่ครูฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยสังเกตการณ์

จนกระทั่งวันที่ 7 มิ.ย. ครูและเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นผู้ก่อเหตุมาแต่งกายแบบเดิมและมาจอดจักรยานยนต์ที่ป้อมยาม ครูฝ่ายปกครอง 2 คนจึงเดินเข้าไปเพื่อจะดึงกุญแจและสอบถาม จังหวะนั้นเองเขาบิดกุญแจและขับหนี ซึ่งจังหวะที่เขาบิดเร่งความเร็วเพื่อไปยังประตู 2 ครูปกครองจึงพยายามคว้าตัวจึงดึงได้นิดหน่อย ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มไถลออกไปและไปโดนนักเรียนที่เดินบริเวณนั้น ครูปกครองก็รีบเข้าไปดูนักเรียนและครูปกครองที่อยู่บริเวณหน้าประตูก็มาช่วยกันล็อค9ตัวก่อนเพื่อไม่ให้หนีและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มานำตัวไป ซึ่งขณะนี้ในส่วนการดำเนินการคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนักเรียนที่ล้มตามที่ปรากฏในคลิปเป็นนักเรียนชั้นม.4 เวลานี้มาเรียนปกติและไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด 

“ยืนยันว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของเด็กทุกคน ที่โรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบถึง 241 ตัว เฉพาะใต้ตึกแม่พระรับสานส์ที่เกิดเหตุมี 4 ตัว ทุกวันจะมีครูปกครอง ครูเวรทำหน้าที่ดูแลใน 37 จุดยังมี รปภ.ด้วย และในระเบียบการรับส่งนักเรียน ตอนช่วงเช้าจะอนุญาตเพียงแค่ส่งหน้าประตู เวลาเย็นจะให้มารอบริเวณโรงอาหารก่อนถึงเวลาจึงจะเดินเข้าไปยังจุดที่อนุญาต ซึ่งในทุกจุดจะมีครูประจำคอยบล็อกไว้แต่ละชั้น กลางวันจะปิดประตูและเปิดอีกทีตอนช่วงเวลารับนักเรียน การเข้าออกก็ต้องมีการแลกบัตร แต่วันนั้นเขาอาศัยช่วงเวลาเลิกเรียนลักลอบเข้าไป และปกติวันจันทร์-วันพฤหัสที่มีการเรียนเสริมเด็กจะเลิก ทยอยกลับเป็นกลุ่มๆ เช่น เวลา 15.30 น. 17.00 น.และ 19.00 น. ยกเว้นวันศุกร์ที่ไม่มีการเรียนเสริมเด็กจะเลิกพร้อมกันเวลา 15.30 น.เท่ากับเด็กเกือบ 5,000 คนกลับพร้อมๆกันทำให้ในวันนั้นจึงมีเด็กจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุการณ์นี้เราก็ไม่คาดคิดและเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะวางของไว้ตามจุดและไปทำกิจกรรม ส่วนพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มารับส่วนใหญ่ก็จะรู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี ยังให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือดูแลกันตลอด แต่จากนี้โรงเรียนจะเพิ่มมาตรการ เช่น ทำบัตรให้แก่ผู้ปกครองในการมารับ ส่วนนักเรียนเองจากที่สอบถามไม่ได้วิตกกังวลอะไร ส่วนหนึ่งเขามั่นใจในครูที่คอยดูแลเขา ส่วนการนำทรัพย์สินมีค่าติดตัวก็ได้กำชับแก่นักเรียนแล้ว” ภราดา ดร.มณฑล กล่าว

ขณะที่ น้องพลุ นักเรียนชั้นม.4 ที่ปรากฏในคลิปว่าถูกจักรยานยนต์ไถลไปโดนจนล้ม กล่าวว่า วันนั้นตนกับเพื่อนอีก 2 คนกำลังจะกลับบ้านเดินคุยกันไปปกติจนถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงมาสเตอร์ตะโกนเฮ้ย ตนก็ตกใจหันไปดูแต่เห็นอีกทีรถก็มาถึงตัวแล้วหลบไม่ทันจึงล้ม โดนบริเวณล้อหน้าของรถแต่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ตอนนั้นก็รู้สึกงงๆ ตกใจนิดหน่อย ก็มาเรียนได้ปกติแต่จากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ตนกับเพื่อน ระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่วางกระเป๋าทิ้งไว้หรือการเอาสิ่งของมีค่ามาโรงเรียนก็ดูให้เหมาะสม