4
shared

แพงยับ! พบรพ.คิด 'ราคายา' สูงกว่าต้นทุนถึง16,000%

7 มิถุนายน 2562 17:56 267
'พาณิชย์' พบมีการแจ้งราคายาบางโรงพยาบาลสูงกว่าราคาเฉลี่ยสูงสุดถึง 16,000% หรือราว 70-80 แห่ง พร้อมจ่อเรียกโรงพยาบาลกลุ่มที่มีการราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ย มาสอบถามข้อมูลโครงสร้างต้นทุนอีกครั้ง

วันนี้ (7 มิ.ย.62) นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังออกประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ให้ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เข้ามาอยู่ในบัญชีที่ต้องควบคุม ว่า หลังประกาศ 45 วันโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งต้องจัดส่งรายละเอียดและฐานข้อมูลราคาซื้อและขาย ค่าบริการต่างๆ มาให้กรมจัดทำฐานข้อมูลถึงความสมเหตุสมผลและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการคิดค่ายาและค่าบริการ หรือภายในวันที่ 12 ก.ค.

จากนั้นกรมจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันในการจัดทำฐานข้อมูล แล้วเปิดให้โรงพยาบาลเข้าหารือถึงฐานข้อมูลและจัดส่งให้ทุกโรงพยาบาล ได้จัดทำคิวอาร์โค้ดภายในโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกสามารถตรวจเช็คราคาและค่าบริการก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อยาภายในโรงพยาบาลหรือซื้อภายนอก รวมถึงนำข้อมูลทั้งหมดขึ้นเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในด้วย ซึ่งคาดว่าไม่เกินวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะเห็นฐานข้อมูลราคายาและค่าบริการบนเว็บไซต์

สำหรับยาฉุกเฉิน 3,892 รายการ รวมถึงยาที่โรงพยาบาลขายดีที่สุดอีก 100 รายการ รวม 3,992 รายการ อีกทั้งราคาเวชภัณฑ์อีก 868 รายการ และค่าบริการอีก 5,286 รายการ

“กรมจะไม่มีการกำหนดเพดานราคาสูงสุด เพราะแต่ละโรงพยาบาลต่างมีปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน เหมือนอย่างโรงแรมก็มีความหรูหราและบริการระดับ5 ดาว ระดับ 4 ดาว ระดับ 3 ดาว แต่ที่จะชัดเจนคือราคายา แม้ต้นทุนซื้อและจำนวนไม่เท่ากัน แต่สรรพคุณที่เหมือนกันและใช้รักษาในโรคเดียวกัน ราคาไม่น่าจะแตกต่างกันมาก


ที่น่าตกใจคือหลายโรงพยาบาลคิดราคายาบวกกับค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่างๆไว้ด้วย ทำให้บางโรงพยาบาลยาชนิดเดียวกันกำไรห่างกัน 300% ถึง 8,000% ยิ่งน่าตกใจบางแห่งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยต้นทุนถึง 16,000 % ซึ่งอยู่ในบัญชี 150 ชนิดที่เป็นยาฉุกเฉินและโรคร้ายแรง กลุ่มนี้หลังจากได้ข้อมูลแล้วก็จะเรียกมาชี้แจงและทำความเข้าใจต่อไป จากที่ร้องมาต้องจ่ายยารักษามะเร็ง 1 โดส ต้นทุน 200,000 ต้องจ่าย 800,000 บาท” นายวิชัย กล่าว

นายวิชัย กล่าวต่อว่า จากจำนวนโรงพยาบาล 353 แห่งที่ให้ความร่วมมือในส่งข้อมูลก่อนหน้านี้ พบว่า สัดส่วน 30% หรือประมาณ 70 แห่ง ตั้งราคายาค่าบริการใกล้เคียงค่าเฉลี่ย อีกสัดส่วน 40% ตั้งราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระดับปานกลาง ขณะที่อีก 30 % ประมาณ 70-80 แห่ง ตั้งราคาสูงมากตั้งแต่ 300-16,000 %

โดยเชื่อว่ากลุ่มหลังนี้หลังหารือจะได้รับความร่วมมือในการตั้งราคาใหม่ ซึ่งในจำนวนนี้ 52 แห่งขอให้ปรับวิธีการตั้งราคาใหม่ โดยการแยกความชัดเจนว่าราคายาคือยา ค่ารักษาคือค่ารักษา และค่าใช้จ่ายคือค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนี้ยังถือว่าโรงพยาบาลแห่งใดทำผิดกฎหมาย จนกว่าจะถึงหมดกรอบระยะให้ปรับตัวคือหลัง 27 ก.ค.

แต่สำหรับผู้ป่วยสามารถร้องเรียนหากพบว่าถูกคิดค่ายาหรือค่ารักษาไม่เป็นธรรม ให้ส่งเรื่องร้องเรียนมาได้ที่กรมฯ หรือแจ้งสายด่วน 1569 ซึ่งขณะนี้มีผู้ร้องเรียนมาต่อเนื่อง และในตอนนี้มี 2 รายที่อยู่ระหว่างดำเนินการคือ 1 รายตรวจสอบข้อมูลและชี้แจง อีก 1 รายได้ส่งแจ้งความกับตำรวจก็รอตำรวจจะส่งสำนวนฟ้องศาลอย่างไร

นายวิชัย ระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบในบางส่วน พบว่า มีโรงพยาบาลเอกชน 1 แห่ง คิดว่ารักษาเกินจริงตามที่มีการร้องเรียน และกรมฯ ได้เชิญโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้มาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว หากไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเหตุใดจึงคิดราคายา และค่ารักษาพยาบาลสูงเกินไป หรือชี้แจงแล้วไม่สมเหตุสมผล จะดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที กรณีขายสินค้าราคาสูงเกินจริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลเอกชนรายหนึ่งไปแล้ว เพราะคิดค่ายา และค่ารักษาสูงเกินจริง