นลท.ผวา ศก.โลกชะลอตัว ฉุดดาวโจนส์ดิ่ง201.92จุด

09:36 10 พฤศจิกายน 2561 525
ดาวโจนส์ปิดที่ 25,989.30 จุด ร่วงลง 201.92 จุด หลังนักลงทุนกังวลการทรุดตัวของราคาน้ำมันอาจชะลอเศรษฐกิจโลก ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสลดลง 48 เซนต์ ปิดที่ 60.19 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

วันนี้ (10 พ.ย. 61) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการทรุดตัวของราคาน้ำมันจะเป็นการบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ตลาดยังวิตกกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 201.92 จุด หรือ 0.77% ปิดที่ 25,989.30 จุด ดัชนี S&P 500 อ่อนตัวลง 25.82 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 2,781.01 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 123.98 จุด หรือ 1.65% ปิดที่ 7,406.90 จุด

 

ขณะที่หุ้นเจนเนอรัล อิเลคทริค ร่วงลง 5.7% หลังถูกเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้น หุ้นเยลพ์ ดิ่งลง 26.6% หลังบริษัททำยอดขายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หุ้นวอลต์ ดิสนีย์ เพิ่มขึ้น 1.7% หลังผลประกอบการไตรมาส 4 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และหุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล บวก 1.2% หลังประกาศปรับโครงสร้างบริษัท

 

ด้านคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.00-2.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ เฟดยังได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.,มิ.ย. และ ก.ย. ซึ่งจะส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ ส่วนในปีหน้า เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง และอีก 1 ครั้งในปี 2563

 

ขณะที่ในส่วนของข้อมูลเศรษฐกิจนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน ด้านผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 98.3 ในเดือนพ.ย. แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 98.0 หลังจากแตะระดับ 98.6 ในเดือนต.ค. ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากพุ่งขึ้นแตะ 101.4 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี

 

ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 10 เมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) ซึ่งถือว่าลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดในรอบ 34 ปี ขณะที่ตลาดน้ำมันสหรัฐเข้าสู่ “ภาวะหมี” ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดและอุปสงค์น้ำมันที่หดตัวลง

 

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 60.19 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 70.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

โดยนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันสัปดาห์ที่ 7 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.4 ล้านบาร์เรล

 

ขณะที่ EIA ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯผลิตน้ำมัน 11.6 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่ารัสเซีย จนทำให้สหรัฐเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลกขณะนี้ และคาดว่าการผลิตน้ำมันของสหรัฐในปี 2562 จะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 12.1 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้

 

นอกจากนี้ เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 12 แท่น สู่ระดับ 886 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2558

 

ทั้งนี้ รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย และบราซิล ก็ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตเช่นกัน ขณะที่อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ส่งสัญญาณการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในปีหน้า และนักลงทุนจับตาการประชุมระหว่างสมาชิกกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตรของโอเปก ในวันอาทิตย์นี้ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน