3
shared

ก.พาณิชย์รับมติ WHO คุมเข้มโรงพยาบาลเอกชน

6 มิถุนายน 2562 14:56 151
กรมการค้าภาบยใน กระทรวงพาณิชย์ สั่งคุมเข้มโรงพยาบาลเอกชน แจ้งค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบก่อนเข้ารับบริการ หากไม่ปฏิบัติตามพร้อมลงโทษหนักสุดทั้งจำทั้งปรับ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า  น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ลงนามในประกาศ กกร. ฉบับที่ 52 พ.ศ. 2562 เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล   มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

ประกาศดังกล่าวสอดรับกับมติของ WHO เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 โดยกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ต้องแจ้งราคาซื้อ-ราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ ตามรายการที่อยู่ในบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (UCEP)   เบื้องต้นอยู่ที่ 3,892 รายการ บัญชีเวชภัณฑ์ 868 รายการ และค่าบริการทางการแพทย์ 5,286 รายการ และผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่ายต้องแจ้งราคายาที่จำหน่ายให้กับโรงพยาบาล และยังกำหนดให้โรงพยาบาลที่มีการเปลี่ยนแปลงราคายา  ต้องแจ้งให้กรมฯ ทราบก่อนปรับราคาภายใน 15 วัน  หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง

ทั้งนี้ ประกาศ กกร. ยังกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบ และต้องแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยทราบก่อนจำหน่ายหรือให้บริการทุกครั้ง   ส่วนการจำหน่ายยาให้ผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลต้องออกใบสั่งยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และใบแจ้งราคายาให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า   โดยใบสั่งยาอย่างน้อยต้องประกอบด้วยชื่อสามัญ  ชื่อทางการค้า รูปแบบยา ขนาดหรือปริมาณ จำนวน วิธีใช้ ระยะเวลาในการใช้   ขณะเดียวกัน ใบแจ้งราคายาต้องประกอบด้วยชื่อยาตามใบสั่งยาและราคาต่อหน่วย  หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากผู้บริโภคเห็นว่ามีการคิดราคาสูงเกินสมควรจริง สามารถร้องเรียนมายังกรมการค้าภายในได้ที่ สายด่วน 1569  และหากพบว่าผิดจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ