5
shared

ประเด็นร้อนบอลไทย : ความจริงที่ต้องยอมรับ

6 มิถุนายน 2562 19:37 947
ประเด็ดร้อนบอลไทย ในครั้งนี้ คงไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่าศึก คิงส์ คัพ ที่พึ่งจบไปอย่างแน่นอน เราขอพูดให้ทุกคนเห็นภาพชัดขึ้นว่าฟุตบอลของเวียดนาม นำหน้าไทยไปแล้วในตอนนี้

จบลงไปแล้วนะครับ สำหรับฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 รอบรองชนะเลิศ ซึ่งผลการแข่งขัน กือราเซา โชว์ความแข็งแกร่งเอาชนะ อินเดียไปได้ 3-1 ส่วนทีมชาติไทย พ่าย เวียดนาม 0-1 ทำให้ คู่ชิงชนะเลิศจะเป็น กือราเซา พบกับ เวียดนาม ส่วน "ช้างศึก" จะไปชิงอันดับ 3 แทน โดยหลังจบเกมเมื่อค่ำวาน (5 มิ.ย. 62) ต้องบอกเลยว่าโลกออนไลน์ ร้อนระอุ เต็มไปด้วยคอมเมนต์ ด่าทอของแฟนบอลชาวไทย ที่กำลังอารมณ์ร้อนหลังทีมชาติของเราแพ้


วันนี้ คอลัมน์ "ประเด็นร้อนบอลไทย" กลับมาอีกครั้ง ขอพูดถึงทีมชาติไทยกันสักนิด ด้วยความที่ส่วนตัวผมก็เป็นคนไทย และสนับสนุนทีมชาติไทยมาตลอด จึงรู้สึกช็อก กับเกมเมื่อวานเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมาเสียประตูในนาที 90+4 อย่างไม่น่าเชื่อ คงเป็นเรื่องยากที่แฟนบอลจะรับได้ เพราะเราขับเคี่ยวในการเป็นเจ้าอาเซี่ยนกับเวียดนามมาตลอดหลายปีให้หลัง


เกมนี้บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ข้อแรก เราไม่ได้เป็นเจ้าอาเซี่ยนอีกต่อไปแล้วอย่างเป็นทางการ อันที่จริง เราก็ไม่ได้เป็นมาสักพักแล้วแหละ ตั้งแต่การตกรอบ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบรองฯ , การที่เวียดนามไปได้ไกลกว่าเราในเอเชี่ยน คัพ และ การโดนทัพ "ดาวทอง" ยู 23 ปี ถล่มเราแบบกระจุย 4-0 แต่หลายๆคนยังหลอกตัวเอง ว่าพร้อมจะวัดการเป็นเจ้าอาเซี่ยนกับเวียดนามในการเจอกันของทีมชุดใหญ่


และสิ่งที่พบคือ เราเป็นรองเขาจริงๆ แม้รูปเกมจะดูไม่เป็นรอง แต่การเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนฟุตบอลกว่า 26,000 คนแบบนี้ ไม่สามารถหาสิ่งใดมาแก้ตัวได้จริงๆ กับการพ่ายแพ้บนถ้วยอันทรงเกียรติครั้งนี้ บางคนอาจจะพูดว่า เราไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ แต่ฟุตบอลคือเกมที่ต้องเดินด้วยปัจจุบัน การไม่มีคนนู้น หรือคนนี้ ไม่สามารถเอามาอ้างได้แต่อย่างใด เรามีเวลาถึง 90 นาที ในการกดเข้าใส่เวียดนาม แต่เราไม่สามารถทำได้เอง ก็สมควรที่จะแพ้ไป


ข้อสอง ความหวังในการไปฟุตบอลโลกของไทย ยังคงห่างไกลอีกมาก สิ่งนี้อาจจะทำให้แฟนบอลหลายคนไม่พอใจนะครับ แต่ผมก็คงต้องบรรยายไปอย่างความเป็นจริง การเจอกับคู่แข่งในระดับอาเซี่ยนด้วยกัน ที่สนามของตัวเอง ยังไม่สามารถชนะ หรือยิงประตูได้ เราก็คงต้องกลับมานั่งทบทวนกันใหม่ ผิดกับทางเวียดนาม ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งการคว้าแชมป์ ซูซูกิ ฯ , การคว้ารองแชมป์ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย และการเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ เอเชี่ยน คัพ และตกรอบด้วยน้ำมือญี่ปุ่น แบบเลือดตาแทบกระเด็น สิ่งนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หากใครจะไปฟุตบอลโลกก่อน คงจะเป็นเขา



ข้อสาม ฝีมือของโค้ชต่างกันมาก เกมเมื่อวานต้องพูดเลยว่าการดวลกันของ โค้ชโต่ย และ พาร์ค ซัง โฮ นั้นคนละระดับจริงๆ เวียดนามรู้ตัวว่าการมาเล่นที่นี่ จะต้องเจอเสียงเชียร์ และการบุกหนักของทีมชาติไทย และแฟนบอลแน่นอน พวกเขาพยายามมีสมาธิตลอดทุกนาที แนวรับมีช่องโหว่ให้เห็นน้อยมาก พยายามตอดนักเตะไทยให้ฟิลหลุดในบางจังหวะ สิ่งนั้นอาจจะผิดกติกา แต่ก็เป็นกลยุทธิ์ของลูกหนัง จนกระทั่งความอดทนของพวกเขาก็มาสำฤทธิ์ผลจากลูกเซตพีต ในวินาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งตลอดการแข่งขัน เราไม่เห็นการแก้เกมที่ทำให้ "ช้างศึก" ดีขึ้นของโค้ชชาวไทยเลยแม้แต่นิดเดียว


ก็คงต้องขอแสดงความยินดีกับทีมชาติเวียดนามด้วยนะครับ ที่สามารถฝ่าไทยเข้าไปชิงชนะเลิศถ้วย คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ได้สำเร็จ หากคุณชนะ กือราเซา ที่มีนักเตะเล่นในยุโรปหลายคนได้ คุณก็สมควรคว้าแชมป์อย่างสมศักดิ์ศรี ส่วนทัพ "ช้างศึก" ของเรา ก็สู้ต่อไป พยายามต่อไป หากคุณยังคิดที่จะสู้ สักวันนึงก็จะประสบความสำเร็จ คว้าที่ 3 มาครองให้ได้เป็นอย่างน้อย เพื่อปลอบใจแฟนบอลนะครับ โชคดี !

ขอบคุณภาพจาก : กลุ่มไลน์ FA Thailand



                                                                                                                                    NickyMAN