439
shared

เช็กประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด 120,000 คน ขับไล่นายกฯ

7 มิถุนายน 2562 01:26 315617
ชาวเช็กออกมาประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่การสิ้นสุดของระบอบคอมมิวนิสต์ในเช็ก เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ทุจริตเงินอุดหนุนของอียูหลายสิบล้านบาท

วันนี้ (5 มิ.ย.62) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนในสาธารณรัฐเช็ก ออกมาชุมนุมกันอย่างมืดฟ้ามัวดินเต็มท้องถนนในกรุงปร๊าก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กเมื่อวานนี้ (อังคาร) เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมหาเศรษฐีพันล้าน "อันเดรย์ บาบิส" ของเช็ก ให้ลาออก หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกงเงินอุดหนุนของสหภาพยุโรป หรืออียู เป็นเงินหลายล้านยูโร หรือราวหลายสิบล้านบาท


ผู้จัดการประท้วง ระบุว่า มีประชาชนออกมาชุมนุมมากถึง 120,000 คน ซึ่งมากที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่การ “ปฏิวัติกำมะหยี่” ที่โค่นล้มระบอบคอมมิวนิสต์ในเช็กเมื่อปี 2532 เป็นต้นมา การประท้วงต่อต้านบาบิส เริ่มขึ้นตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีการประท้วงเป็นประจำทุกสัปดาห์ หลังจากผลการสอบสวนของตำรวจเชคสรุปว่า บาบิสได้รับเงินอุดหนุนจากอียู 2 ล้านยูโรอย่างผิดกฎหมายเมื่อ 10 ปีก่อน และขณะนี้คดีของบาบิสนี้อยู่ในมือของอัยการ


อย่างไรก็ตาม บาบิสปฏิเสธข้อกล่าวหาฉ้อโกงเงินของอียู และโต้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และปฏิเสธรายงานฉบับร่างของอียู ที่รั่วออกมา โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้เขาคืนเงินอุดหนุนของอียูที่ฉ้อโกงมาเมื่อ 10 ปีก่อน


สำหรับนายกรัฐมนตรีบาบิสของเชค เป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยอันดับ 2 ในเชค และเคยเป็นคอมมิวนิสต์ เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อ 2 ปีก่อน สำหรับข้อหาทุจริตเงินอุดหนุนของอียูนั้น เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างอาณาจักรธุรกิจของเขา กับเงินอุนหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาของอียูเมื่อ 10 ปีก่อน

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง