0
shared

เปิดขั้นตอนชี้ชะตาประเทศโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

5 มิถุนายน 2562 10:28 454
การเมืองเข้มข้นชี้ชะตาประเทศไทยจับตาการโหวตเลือกนายกฯในวันนี้ เรามาดูกันว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง


วันนี้ ( 5 มิ.ย. 62 )จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของที่ประชุมร่วม ส.ส. และ ส.ว.  ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ แน่นอนว่าเสนอ 'พล.อ.ประยุทธ์' ส่วนพรรคเพื่อไทย ยังรอสรุปว่าจะเป็น 'ชัชชาติ' หรือ 'ชัยเกษม'การประชุมรัฐสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดให้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีส.ส. และ ส.ว.ชุดแรก ให้กระทำร่วมกันในที่ประชุมรัฐสภา ที่ประกอบด้วย ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน

ซึ่งผู้ที่จะถูกเสนอชื่อ จะต้องอยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรี ที่พรรคการเมือง ยื่นเสนอต่อ กกต. ในวันรับสมัครเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ที่จะเสนอชื่อต่อที่ประชุม จะต้องมี ส.ส.ของพรรคเข้าสภา ไม่น้อยกว่า 25 คน ดังนั้นจะเหลือ 5 พรรคการเมือง ที่มีสิทธิเสนอชื่อในที่ประชุมรัฐสภาได้ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ ,พรรคประชาธิปัตย์ ,พรรคภูมิใจไทย ,พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทย

แต่การจะเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมนั้น ยังจะต้องมี ส.ส. ในรัฐสภารับรองอีกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน จึงจะสามารถให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณา และลงมติแบบเปิดเผยขานชื่อรายคนคู่ชิงนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ฝั่งพรรคเพื่อไทยเสนอ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้าน ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ ก็ย้ำมาตลอดยังคงสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไม่เปลี่ยนแปลง

แต่หากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ไม่สามารถตกลงรายชื่อนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 คนนี้จากพรรคการเมืองได้ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ได้เผื่อขั้นตอนต่อไป โดยจะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ในขยักที่ 2 หรือการเปิดประตูเชิญนายกฯคนนอกโดยจะต้อง ใช้เสียง ส.ส. และ ส.ว. รวมกัน 375 เสียง เพื่อเปิดประตู และใช้มติ 500 เสียงจาก ส.ส. และ ส.ว. ในการโหวตเลือกคนนอก เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ก็มีผู้ประเมินว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ อาจไม่ต้องถึงมือคนนอก ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะยังมี 250 ส.ว. ที่ คสช. เป็นผู้คัดสรรเข้ามาทำหน้าที่ ที่ส่วนใหญ่พร้อมยกมือโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีเสียงในมือ 116 เสียงแล้ว เข้ามาสานต่องานปฏิรูปประเทศ เมื่อบวกเสียงจากพรรคแนวร่วมของพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ ก็สามารถคัดเลือกนายกรัฐมนตรีได้แล้ว 

แต่อย่างไรก็ตาม แม้การยกมือโหวตนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาจะมีเสียง ส.ว. มาช่วยสนับสนุน แต่การลงมติบางประการในสภา ส.ว. ก็ไม่มีอำนาจร่วมโหวตด้วย โดยเฉพาะการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายรัฐบาลชุดใหม่ ที่ไม่ว่าจะมาจากฝั่งใด ให้อยู่รอดในสภาวะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ