1
shared

6 ทริคล้างรถเองอย่างไร..ไม่ให้น้ำตาร่วง!

4 มิถุนายน 2562 18:11 422
บางทีคุณอาจคาดไม่ถึงว่าอุปกรณ์ที่ใช้และวิธีการที่ล้างรถอยู่นั้น อาจทำลายสีรถที่คุณทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว

รักรถยิ่งกว่าเมีย! เชื่อว่าประโยคนี้ผู้ชายหลายคนคงเข้าใจความหมายได้ดี ประมาณว่ารถต้องเงาใหม่ใสเนี้ยบตลอดเวลา บางคนเช้าเช็ดเย็นเช็ดจนฝุ่นไม่ทันจับ หรือวันไหนฝนตกยอมลงทุนนั่งรถเมล์รถไฟไปทำงานเลยก็มี บางคนถึงขั้นไม่ไว้ใจร้านล้างรถ ยอมเหนื่อยเป็นวันๆ นั่งล้างนั่งถูเองเลย 

อย่างไรก็ดีอย่าคิดว่าแค่ล้างบ่อยๆ ขัดถูกันแบบละเอียดทุกซอกมุมแล้วรถจะสะอาดสดใสนะครับ บางทีคุณอาจคาดไม่ถึงว่าอุปกรณ์ที่ใช้และวิธีการที่ล้างอยู่นั้น อาจทำลายสีรถที่คุณทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงมีข้อแนะนำในการล้างรถที่รับรองว่านำไปปรับใช้แล้ว ไม่ต้องมานั่งน้ำตาร่วงภายหลังอย่างแน่นอน


1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างรถโดยเฉพาะ บางคนรู้เท่าไม่ถึงการนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านอย่าง ผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจานไปใช้ในการล้างรถ ซึ่งเปรียบได้กับการใช้เครื่องมือผิดประเภท เพราะน้ำยาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรดและไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถ จึงโอกาสทำลายพื้นผิวของรถได้ ดังนั้นควรล้างรถด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับรถโดยตรงจะดีกว่า อีกทั้งน้ำยาพวกนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยถนอมพื้นผิวรวมถึงสีรถอีกด้วย

2. ไม่ควรล้างรถขณะเครื่องยนต์กำลังร้อน เนื่องจากความร้อนหลังจากการใช้รถใหม่ๆ หรือหลังจากที่รถตากแดดมานั้น จะเร่งให้น้ำยาที่เราใช้ล้างรถแห้งเร็วขึ้น ส่งผลให้การขจัดคราบที่ฝังแน่นบนผิวสีรถนั้นทำได้ยาก อีกทั้งคราบน้ำยาบางตัวโดนความร้อนอาจจะแห้งฝังติดสีรถได้ เป็นไปได้ก่อนล้างรถ ควรจอดรถไว้ให้รถเย็นก่อนสักพักแล้วจึงค่อยล้าง

3. ไม่ควรปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ หลายคนยังเชื่อว่าการปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่ก่อนล้างรถ เพราะจะช่วยให้ล้างได้สะอาดขึ้น บอกเลยว่าคิดผิด เนื่องจากไม้ปัดขนไก่นั้นเป็นแหล่งกักเก็บเศษฝุ่นและเศษผง การที่เรานำไปปัดรถก็ไม่ต่างอะไรกับนำวัสดุผิวหยาบๆ ไปถูกับสีรถ แนะนำให้ใช้ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาดรถโดยตรงมาเช็ดแทน เพราะจะถนอมรถได้ดีกว่า

4. เมื่อฟองน้ำล้างตกพื้นแล้วไม่ควรใช้ล้างรถต่อทันที เพราะฟองน้ำที่ตกลงบนพื้นนั้นจะติดเอาเศษหินหรือกรวดขึ้นมาด้วย ซึ่งหากคุณใช้ล้างต่อก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาของมีคมมาถูกับสีรถ ดังนั้นจึงควรล้างและทำความสะอาดให้ดีก่อน แล้วถึงนำมาใช้ล้างความสะอาดรถต่ออีกครั้ง

5. ควรใช้ภาชนะแยกไว้ล้างฟองน้ำ เวลาล้างรถควรมีกะละมังหรือถังสองอัน โดยอันแรกใช้ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำ ส่วนอีกอันไว้ใส่น้ำเปล่า เพราะเวลาที่คุณใช้ฟองน้ำล้างรถเสร็จในจุดใดจุดหนึ่ง เช่น ขัดบริเวณฝากระโปรงหน้าแล้วจะไปขัดถูต่อที่ประตู ไม่ควรนำฟองน้ำไปชุบกับน้ำยาต่อทันที แนะนำให้ล้างในถังน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ก่อน เพื่อชำระคราบสกปรกที่ติดมากับฟองน้ำออกก่อน จากนั้นจึงค่อยนำไปจุ่มกับน้ำยาเพื่อใช้ล้างต่อ

6. ล้างเสร็จอย่าปล่อยให้รถแห้งเอง เพราะการไม่เช็ดรถจะทำให้รถของคุณมีคราบหยดน้ำ ซึ่งเมื่อเกิดแล้วคราบจะติดฝังลึกเช็ดทำความสะอาดออกได้ยาก จนถึงขั้นต้องเสียเงินให้กับคาร์แคร์เพื่อขัดออก ดังนั้นล้างรถเสร็จควรรีบใช้ผ้าชามัวร์หรือผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดทันที

ลองนำไปปรับใช้กันดูครับกับแนวทางที่ได้แนะนำกันมา รับรองว่าต่อไปนี้คุณจะล้างรถด้วยตัวเองอย่างสบายใจ แถมยังไม่ต้องห่วงกังวลว่าจะล้างได้ไม่สะอาด หรือต้องชอกช้ำน้ำตาร่วงกับร่องรอยที่จะเกิดขึ้น