1
shared

อั้นมานาน! แอปเปิ้ลมารอบนี้จัดเต็มอย่างแรง

4 มิถุนายน 2562 17:28 424
กลับมาอีกครั้งกับงานเปิดตัวซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีใหม่ของ Apple กับงาน WWDC 2019 เรียกได้ว่ากลับมารอบปีนี้จัดเต็มเอาใจสาวก Apple อย่างหนัก จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

น่าจะเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต่างจับตารอคอยว่าในปีนี้ Apple สมาร์ทโฟนที่ครองใจคนไทยจะเปิดตัวอะไร หรือ มีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ตื่นตา ตื่นใจกันบ้าง

เริ่มต้นด้วย iOS ใหม่ที่หลายคนรอคอย


iOS 13 ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดมาแล้ว

รอบนี้เคลมว่าปลอดล็อคใบหน้าได้เร็วขึ้นถึง 30% ขนาดของแอพพลิเคชั่นลดลง 50-60% และสามารถเปิดแอพพลิเคชั่นได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า

Darl Mode ถนอมสายตาประหยัดพลังงาน

ส่วนใครที่รอ Darl Mode แบบถนอมสายตาแถมยังประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย งานนี้แอปเปิ้ลเขาก็จัดให้


คีย์บอร์ดแบบไหนลากไปไหนก็ช่วยพิมพ์ได้

ส่วนคีย์บอร์ดของแอปเปิ้ลในเวอร์ชั่นนี้สามารถพิมพ์แบบเอานิ้วลากระหว่างกันได้แล้วนะจ๊ะ เชื่อว่าน่าจะช่วยประหยัดเวลาในการพิมพ์ได้มากขึ้นเลยทีเดียว

Apple Maps แบบใหม่มองได้แบบสามมิติ

ละเอียดกว่าเดิมเห็นทุกอย่างเป็นแบบสามมิติ มีโหมดที่สามารถดูเส้นทางจริงได้ทุกซอกทุกมุมคล้ายๆ กับ Google Street View นั้นเอง

log in ได้ด้วยระบบ Apple  

เรียกได้ว่าสร้างความท้าทายแบบใหม่ของ Apple เลยที่เดียวกับ Sing in With Apple โดยชูเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล โดยใช้ Apple Account เข้าสู่ระบบกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ


Apple HomeKit วงจรปิดออนไลน์

อุปกรณ์ HomeKit ที่เป็นแบบกล้องวงจรปิดจะทำการส่งภาพต่าง ๆ ในบ้านไปอยู่บน Cloud แต่ Apple บอกว่าฟีเจอร์นี้มีเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย จึงเปิดตัว Protocal ใหม่ เป็น HomeKit Secure Video

ฟังเพลงสนุกรองตามไม่หยุด ด้วย Apple Music ที่โชว์เนื้อเพลงแบบเรียลไทม์ตามคำร้อง

ส่งข้อความแบบใหม่สนุกกว่าเดิม

iMessage แบบใหม่ จากเดิมที่จะเห็นชื่อ โปรไฟล์ รูป เป็นของตัวเอง หรือบางทีไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใครเพราะไม่ได้เมมเบอร์หรือเป็นเบอร์แปลกที่ส่งข้อความมา ต่อจากนี้ไป Apple จะทำให้เรารู้ได้แล้วว่ากำลังคุยกับใคร เพราะ Apple เปลี่ยน iMessage ให้กลายเป็น Messaging Platform ลักษณะคล้าย ๆ LINE หรือ Messenger โดยแต่ละคนจะมีปัญชีเป็นของตัวเอง

ลูกเล่น Animoji

อีกหนึ่งอย่างที่เรียกคะแนนความน่ารักได้นั้นคงหนีไม้พ้นความสามารถของ Animoji ที่ Apple ได้เพิ่มเข้า ให้เราสามารถแต่งหน้าและใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ต่างหูหรือ AirPods เพื่อเพิ่มความเป็นตัวเองให้กับ Animoji ได้

มาดูเรื่องของกล้องกันบ้าง

Portrait Lightning ของมีความฉลาดขึ้น สามารถปรับความห่างของไฟที่สาดเข้ามาที่ตัวแบบได้ เรื่องการปรับแสงก็สามารถทำได้ไม่แพ้แอพพลิเคชั่นยอดฮิต


นอกจากนี้ยังสามารถจัดการรูปซ้ำ และ Moment ต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย


เชื่อมต่อรวมกันไร้ที่ติ

สำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง HomePod, AirPods และ Siri ในรอบนี้นั้นมาล้ำมากขึ้น ขณะที่ Apple CarPlay ด็ดีขึ้นเช่นกัน

- Siri จะอ่านข้อความที่เข้ามาให้ฟังบน AirPods ทันทีเมื่อมีการเชื่อมต่ออยู่แล้ว ขณะที่เราเองก็สามารถตอบกลับได้ทันทีเช่นเดียวกัน

-นอกจากนี้จะสามารถฟังเพลงเดียวกับเพื่อนได้ด้วยการแชร์ระหว่าง AirPods ได้แบบไร้สาย หรือแบบเปิดเครื่องเดียวฟังได้หลายคน -แต่ถ้าเราฟังเพลงอยู่ที่ iPhone สามารถเอา iPhone ไปไว้ใกล้ ๆ HomePod เพื่อเล่นเพลงจาก iPhone ก็สามารถทำได้

-สามารถเรียก Siri ให้เปิดฟังช่องวิทยุต่าง ๆ จาก iHeart Radio ได้แล้ว

-HomePod จะรู้จักสมาชิกในบ้านแต่ละคนแล้ว ด้วยการลงทะเบียนเสียง

-CarPlay แบ่งหน้าจอดูแผนที่ไปด้วยฟังเพลงก้ได้


ครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เพราะ Apple ได้แยก iOS ระหว่าง iPhone กับ iPad พร้อมเปิดตัว iPadOS โดยสรุปสั้นได้ดังนี้

iPadOS มาพร้อมฟีเจอร์ 2 จอ สามารถเปิดแอพฯ ซ้อนกันได้หลายแอพฯ นอกจากนี้มาพร้อมการต่อ FlashDrive ต่อกล้อง Import รูป รองรับไฟล์หลายรุปแบบ และลดความหน่วงของ Apple Pencil ตอบสนองการเขียนบนจอได้เร็วขึ้น

WatchOS

มาพร้อมการเพิ่มความสามารถการทำงานที่ดียิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดแบบใหม่ 5 แบบ พร้อมสายใหม่ที่สวยงามมาก  

สำหรับ Apple Watch ในรอบนี้มีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่น่าสนใจอย่างการให้นาฬิกาอ่านหนังสือให้ฟัง  

, อัดเสียงเตือนความจำ , เป็นเครื่องคิดเลข แต่ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ Apple เปิดให้พัฒนาแอพพลิเคชั่น บน Apple Watch ได้แล้ว โดยไม่ต้องผ่าน iPhone โดยเปิดร้านขายแอพฯ บนนาฬิกาได้เลย

Apple Watch ยังให้ความสำคัญเรื่องการออกกำลังกาย ด้วย Activity Trend ที่จะคอยเตือนเวลาออกกำลังกาย ส่วนสาวๆ มีแอพใหม่ชื่อว่า Cycle Tracking แอพฯ ที่จะติดตามประจำเดือนแบบใหม่เพื่อให้คุณผู้หญิงบันทึกข้อมูลประจำเดือนของตัวเอง

Apple TV ที่มาพร้อมหลาย Accout และคอนเทนต์จัดเต็มที่ปลิตโดย Apple เอง รองรับการเชื่อมต่อ Xbox OneS และ PS4 Controller

สำหรับ iOS 13 คาดว่าจะใช้งานได้ในช่วงเดือนกันยายน ถึง ตุลาคม 2019 นี้ และสำหรับรุ่นที่ไม่ได้ไปต่อตอนนี้แน่ชัดว่า คือ iPhone 5S และ Iphone 6