2
shared

ไม่สำนึก! ฆ่ายกครัว 8 ศพ”บังฟัต”สั่งทนายสู้ถึงฎีกา

4 มิถุนายน 2562 18:51 237
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ เป็น 9 ก.ค.นี้ เหตุจำเลยที่ 7 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตและจำเลยที่ 8 พบเป็นครั้งแรก มีปากเสียงกัน แต่ไม่มีเหตุรุนแรง

จากกรณีที่ นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี พร้อมกับพวก รวม 8 คน ร่วมกันก่อเหตุสังหารโหดนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ อายุ 46 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวเสียชีวิตรวม 8 ศพ ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง กลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก 

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 ก.ค.60 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตามรวบตัวบังฟัต พร้อมพวกได้ทั้ง 8 คน สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องโฉนดที่ดิน ที่พ่อตานายวรยุทธ นำไปจำนองไว้กับนายซูริก์ฟัต แต่นายซูริก์ฟัต กลับนำที่ดินไปจำนองไว้กับทางธนาคาร ไม่สามารถนำหลักฐานที่ดินกลับมาคืนให้ จนนำมาสู่ความขัดแย้งและนำมาสู่การก่อคดีสะเทือนขวัญฆ่าโหดยกครัว 8 ศพ

โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.61 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 ประกอบด้วย นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือบังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) อายุ 36 ปี 3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี 4.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 5.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 6.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี ส่วนจำเลยที่ 7.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 น.ส.ชลิดา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ภรรยานายชูริก์ฟัต ถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน ฝ่ายจำเลยทั้ง 8 คน ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.61

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (4 มิ.ย.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีการเตรียมนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ ในห้องพิจารณาคดีที่ 3 โดยมีทางญาติผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน นำโดยนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาผู้ใหญ่บัติ เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่นางชลิดา สังข์โชติ ภรรยานายซูริก์ฟัต หนึ่งในจำเลยที่เพิ่งพ้นโทษ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

เมื่อถึงเวลาศาลอ่านคำพิพากษา ปรากฏว่า นายธวัฒชัย บุญคง จำเลยที่ 7 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์จึงต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 9 กรกฎาคม 2562

นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความจำเลย กล่าวว่า ในวันนี้ศาลอุทธรณ์ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.2562 เนื่องจากจำเลยที่ 7 คือ นายธวัฒชัย บุญคง ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา ซึ่งที่ผ่านมา ศาลได้มีการส่งหมายไปให้จำเลยแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใน 15 วัน ศาลจึงพิจารณาเลื่อนการฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.2562 หากศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 6 คน ก็จะยื่นฎีกาต่อไป 

ทั้งนี้ จากการไปพบกับบังฟัตครั้งล่าสุด ที่เรือนจำนครศรีธรรามราช บังฟัต สามารถทำใจได้แล้ว ไม่ได้มีความเคร่งเครียดเหมือนช่วงแรกๆ และพร้อมรับคำตัดสิน และมีความประสงค์ที่จะฎีกาต่อไป 

ด้าน น.ส.ชนิดา สังข์โชติ จำเลยที่ 8 ภรรยานายชูริก์ฟัต กล่าวว่า อยากบอกถึงญาติผู้เสียชีวิต คือ อยากบอกว่าทุกคนไม่ได้อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น ส่วนตนเกี่ยวข้องหรือไม่ ตนก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด แต่มีบางส่วนที่ตนก็ได้รับโทษตามที่ศาลตัดสินไปแล้ว แต่หากศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาให้รับโทษเพิ่ม ตนก็พร้อมจะฎีกาต่อสู้ต่อไป เพราะตนยอมรับโทษในส่วนที่ตนทำไปแล้ว แต่อยากขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ญาติทั้งสองฝ่าย เดินทางลงมาจากศาลจังหวัดกระบี่ ก็ได้เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างญาติของผู้เสียชีวิตและจำเลย ขณะที่นางชลิดา ภรรยาบังฟัต เดินออกมาทางประตูหน้าศาล พร้อมด้วยทนายความ ปรากฏว่าทางนางอ้าส้า บุตรเติบ แม่ยายของผู้ใหญ่บัติ ผู้เสียชีวิต ได้เดินเข้ามาพบกับนางชลิดา เป็นครั้งแรกหลังเกิดเหตุ พร้อมต่อว่า นางชลิดาว่าไม่สนใจไยดี และไม่มีการช่วยเหลือเยียวยากับทางผู้เสียชีวิตเลย ตั้งแต่เกิดเหตุผ่านมา 2 ปีแล้ว 

โดย นางชลิดา กล่าวตอบว่า ตนไม่ได้รู้จักกับทางญาติผู้ใหญ่บัติมาก่อน และไม่ได้มีส่วนในการก่อเหตุ ซึ่งตนก็รับโทษไปแล้ว และขอแสดงความเสียใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตด้วย ทำให้ทางนางอ้าส้า และญาติมีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก กระทั่งนายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของนางชลิดา ได้กล่าวชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการประสานกับบังฟัต และจำเลยคนอื่นๆตลอด โดยบังฟัต ยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ต้องทำตามขั้นตอน ให้ทางฝ่ายผู้เสียหายใจเย็นๆ เพราะต้องเอาทรัพย์สินบังฟัตไปขาย และนำมาแบ่งให้จำเลยแต่ละคน นำมาจ่ายชดใช้ค่าเสียหาย จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง