9
shared

วอนช่วย! หนุ่มกู้ภัย พิการกายแต่ไม่พิการใจ

4 มิถุนายน 2562 18:49 2533
เปิดชีวิตหนุ่มพิการร่างกายแต่ไม่พิการใจ แม้หลังค่อมก็เป็นอาสาหน่วยกู้ภัย ช่วยเหลือคนประสบภัยมานานหลายปี แต่ต่อมาเจ้าตัวล้มป่วย วอนผู้ใจบุญร่วมสมทบทุนซื้อออกซิเจนไว้ต่อลมหายใจ



โลกโซเชียลใน จ.อุบลราชธานีได้แชร์โพสต์รายละเอียดของชายพิการหลังค่อมนั่งอยู่บนเตียง สวมใส่สายออกซิเจน พร้อมระบุข้อความ

“จากคนที่ช่วยชีวิตคนอื่น มาเป็นคนที่รอความช่วยเหลือ สุนทร หรือน้อย บุญสืบ อายุ 48 ปี อาสาสมัครกู้ภัยเขื่องใน ถึงจะพิการแต่เขาก็มีจิตอาสา ร่างกายไม่สมบูรณ์ตั้งแต่กำเนิด เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะภายในอย่างเช่น ปอด หัวใจ ไต เริ่มทำงานไม่ปกติ ปอดทำงานหนักถ้าขาดออกซิเจนหัวใจจะล้มเหลว จึงต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจตลอดเวลา

จึงขอประกาศไปถึงผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนช่วยเหลือคุณสุนทร อาสาสมัครกู้ภัยเขื่องใน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเติมออกซิเจน, ซื้อถังออกซิเจนใหม่ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถโอนเงินเข้าบัญชีตามที่แจ้งด้านล่างนี้ หรือมอบด้วยตนเองก็ได้ที่บ้านหนองขุ่น ต.ค้อทอง อ.เขื่องใน อุบลฯ ขอขอบคุณทุกๆท่าน”

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 55/1 บ้านหนองขุ่น หมู่ที่ 9 ต.ค้อทอง อ.เขื่องใน พบชาวบ้านข้างเคียง ตัวแทนจากสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมนายสุนทร 

หลังจากล้มป่วยหนักจากภาวะที่ปอดทำงานได้เพียงข้างเดียว หัวใจมีแนวโน้มโตผิดปกติ และมีอาการไตวาย ตัวเหลืองซีด และเหนื่อยตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะเดินออกห่างจากเตียงนอนได้เป็นเวลานานๆ เพราะต้องรับออกซิเจนจากถังออกซิเจนที่ติดตั้งไว้ข้างเตียงนอน

นายสุนทร เล่าถึงชีวิตของตนเอง เป็นคนพิการหลังค่อมมาตั้งแต่กำเนิด พี่น้อง 3 ใน 4 คน ก็เป็นคนหลังค่อม โดยตัวเองเป็นคนสุดท้อง ปัจจุบันพี่ชายคนโตเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคหัวใจโต พี่ชายคนที่ 2 ซึ่งก็เป็นคนหลังค่อม ปัจจุบันทำหน้าที่ดูแลแม่วัย 87 ปี ส่วนพี่ชายคนที่ 3 ซึ่งเป็นคนปกติมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด

ก่อนหน้าที่นายสุนทร จะล้มป่วย ทำงานอยู่กับโรงสีข้าวในหมู่บ้าน มีรายได้เดือนละ 15,000 บาท และได้รับเงินผู้พิการอีก 500 บาท ก็นำมาจุนเจือแม่ที่อายุมากและพี่ชายที่ดูแลแม่ ระหว่างว่างจากงาน ก็เข้าเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสังกัดมูลนิธิกู้ภัยเขื่องใน ใช้รหัส อาสา 011 โดยมีหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรในที่เกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ

ระหว่างการออกปฏิบัติหน้าที่นายสุนทรที่มีร่างกายพิการ ทำให้เคลื่อนไหวช้ากว่าอาสาสมัครกู้ภัยคนอื่น จึงนำเงินรายได้จากเป็นลูกจ้างโรงสีข้าวในหมู่บ้านซื้อรถจักรยานยนต์มาใช้ขับขี่ตามหน่วยกู้ภัยไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง ซึ่งทำเช่นนี้มานานเกือบ 4-5 ปี เพราะด้วยจิตใจที่รักเป็นอาสาที่ต้องการช่วยเหลือคนอื่น

กระทั่งเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาเริ่มมีอาการป่วยจากโรคต่างๆ ทำให้มีอาการหอบเหนื่อย สมองต้องได้รับออกซิเจน และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งงานประจำที่โรงสีข้าวประจำหมู่บ้านก็ทำไม่ได้ ทำให้รายได้ที่เคยมีหายไปเหลือเพียงเงินคนพิการเดือนละ 500 บาท เมื่อเอาเงินคนทั้งบ้าน คือ คนพิการของพี่ชาย เงินสูงอายุและพิการของแม่ มารวมกัน ทั้ง 3 ชีวิตมีเงินเลี้ยงตัวไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท

แต่ด้วยที่นายสุนทรชอบช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด เพื่อนบ้านก็คอยหยิบยื่นแบ่งปันข้าวปลาอาหารมาให้ประทังชีวิตได้ไปวันๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลสูง รวมทั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมานายสุนทรก็ได้รับข่าวร้ายอีกว่า ด้วยความพิการหลังค่อมตั้งแต่กำเนิด ทำให้ปอดถูกกดทับไม่สามารถใช้การได้ 1 ข้าง

ยิ่งเป็นผลให้นายสุนทรมีอาการเหนื่อยมากยิ่งขึ้น เพราะหัวใจต้องทำงานหนัก พร้อมมีความเสี่ยงเป็นหัวใจโต แพทย์ได้นัดตรวจร่างกายอย่างละเอียดในวันที่ 25 มิถุนายนที่จะถึง แต่ขณะนี้นายสุนทรเริ่มมีอาการไต ทำงานผิดปกติ ต้องสอดท่อสายยางใช้ระบายของเสียออกจากร่างกาย

จากอาการที่ถูกโรคร้ายต่างๆ รุมเร้า นายสุนทรต้องรับออกซิเจน ทำให้มีค่าใช้จ่ายซื้อออกซิเจนประมาณวันละ 2 ถัง ถังละ 150 บาท ใช้ได้ประมาณ 15 ชั่วโมง รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายไปวันละ 300 บาท หรือเดือนละ 9,000 บาท

โดยที่ผ่านมามูลนิธิกู้ภัยเขื่องในได้เข้ามาช่วยรับผิดชอบค่าออกซิเจนคนละครึ่งกับนายสุนทร รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลค้อทอง ซึ่งทราบถึงการทำความดีของนายสุนทร มาตลอด ก็ได้นำเครื่องใช้ผลิตออกซิเจนให้ยืมใช้ แต่เนื่องจากสภาพเครื่องที่ทำงานมานาน และบางครั้งก็เกิดไฟดับในหมู่บ้าน ทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงกระทบต่อการหายใจของนายสุนทร


สำหรับผู้ใจบุญท่านใดต้องการร่วมต่อลมหายให้หนุ่มกู้ภัย หัวใจไม่พิการรายนี้ ได้ที่ บัญชีธนาคารออมสินสาขาเขื่องใน ชื่อบัญชีนายสุนทร บุญสืบ หมายเลขบัญชี 020-255-991-968 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 06-2147-2600 นายสุนทร บุญสืบ