0
shared

หุ้นเทคโนฯร่วงยกแผง ปมยธ.สหรัฐฯสอบผูกขาดตลาด

4 มิถุนายน 2562 08:10 165
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 4.74 จุด ขณะ Nasdaq พักฐานหลังหุ้นเทคโนฯดิ่งหนัก ปัจจัยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯสอบข้อหาผูกขาดตลาด

วันนี้ ( 4 มิ.ย. 62 )ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้  ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับตัวเลขภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐ และผลกระทบของสงครามการค้า ขณะที่ดัชนี Nasdaq เข้าสู่ภาวะพักฐาน หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากรายงานข่าวที่ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวนบริษัทอัลฟาเบท เฟสบุ๊ค แอปเปิล และอเมซอน ในข้อหาผูกขาดตลาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,819.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.74 จุด หรือ +0.02% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,744.45 จุด ลดลง 7.61 จุด หรือ -0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,333.02 จุด ลดลง 120.13 จุด หรือ -1.61%

การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่งผลให้ดัชนี Nasdaq เข้าสู่ภาวะพักฐาน หลังจากมีรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวน 4 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างเฟสบุ๊ค แอปเปิ้ล อเมซอน และอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ในข้อหาผูกขาดตลาด

หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กำลังเตรียมสอบสวนกูเกิล และอาจจะตรวจสอบการปฏิบัติของกูเกิลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการสืบค้น และธุรกิจอื่นๆ โดยคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐได้ทำการสอบสวนกูเกิลมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่จะมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินการสอบสวนในเวลานี้ว่า สถานะในตลาดของกูเกิล กำลังขัดขวางการแข่งขันที่เป็นธรรมหรือไม่

หุ้นเฟสบุ๊ก ร่วงลง 7.5% หุ้นอเมซอน ร่วงลง 4.6% หุ้นอัลฟาเบท ดิ่งลง 6.1% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 2% หุ้นอินเทล ปรับตัวลง 1.3% หุ้นควอลคอมม์ ลดลง 0.2% หุ้น Nvidia ร่วงลง 1.2%

ทั้งนี้ หุ้นแอเปิล ปรับตัวลง 1.01% เนื่องจากผลกระทบของรายงานข่าวดังกล่าวเช่นกัน แม้ว่าราคาหุ้นดีดตัวขึ้นในช่วงแรก จากการที่บริษัทแอปเปิลได้จัดการประชุม Worldwide Developers Conference (WWDC) ประจำปีที่เมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทั่วโลกจำนวนหลายพันคน

ขณะเดียวกัน ตลาดได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก ในอัตรา 5% เพื่อกดดันให้รัฐบาลเม็กซิโกสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ

ส่วนข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ล่าสุดนักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน และมอร์แกน สแตนลีย์กล่าวว่า ไม่มีแนวโน้มที่สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าในการประชุม G20 ที่ญี่ปุ่นในเดือนนี้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.5 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 จากระดับ 52.6 ในเดือนเม.ย.

ทางด้านผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 52.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต.ค.2559 และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะดีดตัวสู่ระดับ 53.0 จากระดับ 52.8 ในเดือนเม.ย.

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนเม.ย., ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ค.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนพ.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย., ผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยไตรมาส 1/2562,  ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนเม.ย.