1
shared

เลาะรั้วลีกยุโรป : "10 ที่สุด" ชปล. ปีนี้

3 มิถุนายน 2562 19:57 440
เลาะรั้วลีกยุโรป คอลัมน์นี้ ขอพาคุณเช็ค 10 ที่สุด ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ ว่ามีอะไรกันบ้าง โดยทีมงาน #TNNSPORTS

ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับฟุตบอลลีกสำคัญของยุโรปในฤดูกาลนี้ โดยนัดสุดท้ายก็คือ ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ฟาดเเข้งกันจบไปเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา บนสังเวียน "ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่" ซึ่งเป็น ลิเวอร์พูล ที่คว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะ สเปอร์ส ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 นับเป็นการครองแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ของพลพรรค "หงส์แดง" มากที่สุดของทีมจากอังกฤษ อีกด้วย


ก็ต้องบอกเลยว่าสุดยอดจริงๆ หลังพวกเขาฝ่าฟันมาด้วยความทรหด หลังพลาดหวังจากการเป็นรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างน่าเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม "เลาะรั้วลีกยุโรป" ในคอลัมน์นี้ ขอพาแฟนๆ ไปดู 10 ที่สุดของ ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปปีนี้ว่ามีอะไรกันบ้าง


ยิ่งใหญ่ที่สุด : ลิเวอร์พูล


ก็คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า พวกเขาคือทีมที่ยิ่งใหญ่สุดๆจริงๆ จากการครองแชมป์ในซีซั่นนี้ ตั้งแต่รอบน็อคเอาท์ "หงส์แดง" ผ่านคู่แข่งมาด้วยผลสกอร์รวมที่ชนะทั้งสิ้น ไม่มีการเข้ารอบมาด้วยกฏประตูทีมเยือนเลย และคว้าแชมป์มาครองในนัดชิงฯ ด้วยการชนะ สเปอร์ส 2-0 ชูโทรฟี่ย์ อย่างเชิดหน้าชูตา จึงคว้าตำแหน่ง ยิ่งใหญ่ที่สุดไปครอง


มาไกลที่สุด : สเปอร์ส


ความจริงแล้วผมอยากจะให้เป็นช้ำใจสุดๆ แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า เพราะ "ไก่เดือยทอง" ไม่ใช่ทีมเต็งตั้งแต่แรก อยู่ในอับดับ 10+ ด้วยซ้ำ รวมทั้งไม่ได้ใช้เงินซื้อนักเตะเข้ามาแม้แต่ปอนด์เดียว จากภาระหนี้สินที่สร้างสนาม แต่ก็ถือว่ามีโอกาสได้ใช้สนามนี้ใน ชปล. ถึง 2 นัดด้วยกัน พวกเขาผ่านทั้ง แมนฯ ซิตี้ กับ อาแจ๊กซ์ ฯ ทั้งที่ขึ้นเมรุ รอเผาแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมาแบบไม่น่าเชื่อ และเข้าชิงได้เป็นครั้งแรก แม้จะไม่ได้แชมป์ แต่ขอยกตำแหน่ง มาไกลที่สุด ปลอบใจละกันนะครับ


น่าอายที่สุด : เรอัล มาดริด


ด้วยความที่เป็นแชมป์เก่ารายการนี้มาถึง 3 สมัยซ้อน และครองถ้วยรายการนี้มากที่สุดในโลกถึง 13 ครั้ง ส่งผลให้พวกเขามาแข่งขันในปีนี้ด้วยการเป็นทีมเต็งที่มีลุ้นคว้าแชมป์ลำดับต้นๆ ถึงแม้สภาพทีมปีนี้จะไม่แข็งเเกร่งเหมือนทุกปี จากการเสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซุปตาร์ระดับโลกออกจากทีมไป แต่การที่พวกเขาตกเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทั้งที่บุกไปเอาชนะ อาแจ๊กซ์ มาก่อนในนัดแรก 2-1 ส่งผลให้เป็นอะไรที่น่าอายพอสมควร ก็เลยได้ตำแหน่ง น่าอายที่สุด ไปครอง


เซอไพรส์ที่สุด : อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม


สำหรับทีมพลังหนุ่มทีมนี้ มาได้โคตรไกล ถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะตกรอบไปแบบเจ็บใจตัวเอง ทั้งที่พวกเขา ขึ้นนำสกอร์รวมใส่ สเปอร์ส ถึง 3-0 เมื่อจบครึ่งแรกของเกมเลกที่สอง แต่มาโดนทีเด็ดของ ลูคัส มูร่า ยิงสังหารในช่วงทดเวลาบาดเจ็บวินาทีสุดท้าย อดเข้าชิงฯ ไปอย่างน่าเจ็บปวด แต่ถ้าดูดีๆแล้ว การที่พวกเขาเป็นทีมเด็ก ไม่มีซูเปอร์สตาร์ และสามารถฝ่า เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส โคตรทีมของยุโรปยุคนี้เข้าไปได้ ถือว่าเป็นอะไรที่ เซอไพรส์ที่สุด จริงๆ


เสียหน้าที่สุด : บาร์เซโลนา


แน่นอนการที่ บาร์เซโลนา ซึ่งเป็นเต็ง 1 ของรายการนี้ ฟอร์มเฉียบมาตั้งแต่รอบแรก จนกระทั่งรอบรองชนะเลิศเลกแรก พวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่บ้านตัวเองก่อน 3-0 โดยเข้าไปอยู่ในรอบชิงชนะเลิศกว่าค่อนขาแล้ว แต่กลับมาโดนทีเด็ดของ "หงสฺ์แดง" เล่นงานเอาในนัดที่ 2 ทั้งที่พวกเขาไม่มี ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน่ แต่ บาร์ซ่า กลับบุกไปแพ้ถึง 0-4 ตกรอบไปอย่างช็อกโลก และ เสียหน้าที่สุด จริงๆ


ยิงเยอะที่สุด : ลิโอเนล เมสซี่


กองหน้าซุปตาร์อันดับ 1 ของโลก ก็ยังคงเป็นนักเตะที่ฟอร์มเสมอต้นเสมอปลายจริงๆกับการค้าแข้งระดับสโมสร แม้ทีมจะไม่ได้เข้าชิง แต่เจ้าตัวก็ครองดาวซัลโว ด้วยการทำไปถึง 12 ประตู นำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จาก บาเยิร์น มิวนิค ถึง 8 ประตู เลยทีเดียว จึงได้ตำแหน่ง ยิงเยอะที่สุด ไปครอง


ถวายพานเยอะที่สุด : ลีรอย ซาเน่


ต้องบอกเลยว่าเซอร์ไพรส์เหมือนกัน เนื่องจาก ซาเน่ มักจะไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แต่สามารถส่งบอลให้เพื่อนยิงได้ถึง 5 ครั้ง จากการใช้เวลาอยู่ในสนามเพียง 395 นาที โดยการแอสซิสต์ของปีกเยอรมันรายนี้ เท่ากับ จอร์ดี้ อัลบา , หลุยส์ ซัวเรส และ ดูซาน ทาดิช แต่ 3 คนหลังที่กล่าวมา มีเวลาอยู่ในสนาม 900 นาทีขึ้นไปทุกคน จึงต้องยกตำแหน่ง ถวายพานเยอะที่สุด ให้กับ ซาเน่ ไปแบบไม่ต้องกังขา


แจ้งเกิดที่สุด : มาไธส์จ เดอ ลิกต์


กองหลังกัปตันทีมของอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในวัย 19 ปี แจ้งเกิดอย่างสุดๆในซีซั่นนี้ ลงสนามขันแนวรับให้ทีมดังจากฮอลแลนด์แบบเหนียวจริงๆ จนทำให้บรรดาทีมยักษ์อยากได้ตัวกันไปทั่วยุโรป โดยเฉพาะ บาร์เซโลนา ที่ปราถนาเหลือเกิน คาดว่าค่าตัวจะอยู่ในระดับ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,100 ล้านบาท) ขึ้นไปอย่างแน่นอน แจ้งเกิดที่สุด จริงๆ 


ซูเปอร์ซับที่สุด : ดีว็อค โอริกี


ดาวยิงรายนี้ ถือเป็นโกลเด้นบอย ของเจอร์เก้น คล็อปป์ และ ลิเวอร์พูล จริงๆ เขาทำได้ดีท้งในเกมลีก และ แชมเปี้ยนส์ลีก สามารถลงมายิงประตูชัยหรือประตูสำคัญให้กับทีมได้เป็นประจำ ใครจะไปเชื่อว่าหอกเบลเยี่ยม รายนี้ จะเป็นผู้ยิงสองประตู ให้ทีมชนะบาร์เซโลนา 4-0 เข้ารอบชิงฯ มาได้ รวมทั้ง ยิงประตูฝังใส่ สเปอร์ส ในนัดชิงชนะเลิศ 2-0 ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็น ซูเปอร์ซับที่สุด จริงๆ


ต้องคารวะที่สุด : เจอร์เก้น คล็อปป์


กุนซือชาว 51 ปีรายนี้แสดงอะไรให้เห็นหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของความใจสู้ เขาคุมทีมได้รองแชมป์มา 6 ครั้งติดตั้งแต่ดอร์ทมุนด์ ได้แค่รองแชมป์รายการนี้ในปีที่แล้ว แต่ก็กลับไปรวมความตั้งใจ ฟอร์มทีมกันมาใหม่ แต่ที่ชัดที่สุดคือการคัมแบค ใส่โคตรทีมอย่างบาร์เซโลนา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากจริงๆที่จะเกิดขึ้นได้ ยังไม่รวมการวางแผนเล่นในรอบชิงชนะเลิศ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นคนใจปอดและเล่นเกมได้อย่างน่าเบื่อ แต่ผลสุดท้ายสิ่งที่เค้าต้องการก็ได้มาครอบครอง ก็คือแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ของสมโสรนั่นเอง


และนี่ก็คือ 10 ที่สุดของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ "เลาะรั้วลีกยุโรป" จัดมาทำให้แฟนๆได้อ่านรีวิวทบทวน ความสุดยอดของศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปกันอีกครั้ง หากคุณคิดว่าอะไรคือที่สุดในใจของคุณ ลองคอมเม้นต์มาบอกกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในครั้งต่อไป สวัสดีครับ


                                                                                                                                                NickyMAN