3
shared

รธน.2560โหวตเลือกนายกฯ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง

2 มิถุนายน 2562 10:49 326
รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิ์ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับการโหวตต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วม 376 เสียง

วันนี้ (2มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภาวันที่ 5 มิ.ย.นี้  การลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี จะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2560 ที่กำหนดไว้ในหมวด 5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกฯ คือ 1.ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ ส.ส.โหวตจะต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 คือ มาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของสมาชิกที่มีอยู่ หรือ 25 คน หากมี ส.ส.เต็มสภา 500 คน

2.การเสนอชื่อผู้ใดเข้าสู่การโหวตจะต้องมีเสียง ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของ ส.ส.ที่มีอยู่ (50 คน จาก 500 คน) 

3.การออกเสียงลงคะแนนพิจารณาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯให้กระทำเป็นการเปิดเผย โดยเลขาธิการจะเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษร ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคล โดยการกล่าว "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" 

4.มติเห็นชอบต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  หรือ (376 เสียงจาก 750 เสียง ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา) หากคะแนนเห็นชอบไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง ให้ออกเสียงลงคะแนนชื่อคนต่อไป 

และ 5.หากลงคะแนนแล้วไม่มีใครได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง ก็จะวนโหวตต่อไปจนกว่าจะมีผู้ได้คะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ทั้งนี้ จำนวนสมาชิกในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภา จะมีทั้งสิ้น 750 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบเขต 350 คน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน รวม 500 คน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน แต่จะมีสมาชิกรัฐสภาที่เข้าร่วมประชุมได้เพียง 749 คน เนื่องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ โดยผู้ที่จะได้รับการเลือกเป็น นายกฯ จะได้มีเสียงสนับสนุนของสมาชิกรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ นั่นคือ 376 เสียง