34
shared

จับเข่าคุย “พิชัย”เตือนปชป.ปรับตัวยึดจุดยืนปชต.ก่อนสูญพันธุ์

1 มิถุนายน 2562 19:57 8398
จับเข่านั่งคุยกับ 'พิชัย รัตตกุล'เตือนปชป.ปรับตัวยึดจุดยืนประชาธิปไตยก่อนสูญพันธุ์ มั่นใจภายใต้การนำของ 'จุรินทร์' ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคได้

พิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ที่นั่งในพื้นที่ กทม.แม้แต่ที่นั่งเดียว หลังจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าคนกรุงเทพ ยังรักพรรคประชาธิปัตย์โดยเชื่อว่า ภายใต้การนำของ “จุรินทร์” หัวหน้าพรรคคนใหม่จะเรียกความเชื่อมั่น และฟื้นจุดยืนของพรรคกลับมาได้ พร้อมเตือนให้คิดอย่างรอบคอบกับการตัดสินใจร่วมรัฐบาล

ถาม :  คิดว่าการเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร

ตอบ :  ผมเกษียณการเมืองมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว หากถามว่าการเมืองไทยเวลานี้เป็นอย่างไร ก็ขอเรียนได้ความจริงใจและความทุกข์ใจว่าการเมืองไทยตอนนี้มันสับสนอลหม่านเหลือเกินไม่เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าประเทศจะเผชิญกับปัญหาอะไรก็แล้วแต่การเมืองไม่เคยวุ่นวาย ยุ่งยาก สับสนอลหม่านเหมือนในขณะนี้เลย

ถาม :ช่วยขยายความที่ว่าการเมืองสับสนอลหม่านคืออะไร

ตอบ :  ความสับสนมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มจากที่มีการปฎิวัติครั้งสุดท้ายเมื่อ 5 ปีมาแล้ว แต่ก่อนปฎิวัติก็มีความสับสนมาแล้ว มีนักการเมืองไม่ถูกกันทะเลาะกัน ความจริงนักการเมืองก็ต้องทะเลาะกัน แต่ควรไปทะเลาะกันในสภา ไม่ใช่มาทะเลาะกันในถนนเหมือนเป็นการเผชิญหน้ากัน มันมีถึงขนาดฆ่ากัน ถึงขนาดเผาบ้านเผาเมืองอย่างนี้เป็นเรื่องที่อลหม่าน สันสบมาก จึงทำให้เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทหารเขาก็มีความรักชาติ รักบ้านเมืองอย่างเราเหมือนกัน เขาทนไม่ได้ เขาปล่อยก็วุ่นวาย เมื่อทหารมาปกครองบ้านเมือง 5 ปี คสช. รู้สึกว่าความสงบมันเกิดขึ้น ความเปรียบเทียบ แตกต่างมันเกิดขึ้นมามันสงบมา 5 ปี

บัดนี้มีการเลือกตั้งแล้วแต่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีแปลกประหลาดที่สุดในโลก คือมีการเขียนรัฐธรรมนูญมีเจตนาอย่างอย่าง แต่เห็นชัดว่า รัฐธรรมนูญฉบับก่อนมีเป้าหมายส่งเสริมสร้างพรรคกาเรมืองที่เข้มแข็ง แต่รธน.ฉบับนี้ตรงกันข้ามกลับเขียนมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ จึงเกิดพรรคการเมืองเป็นร้อยพรรค หวังว่าพรรคกาเรมืองแต่ละพรรคเงื่อนไขให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันนี้เป็นสิ่งเจตนาสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองเกิดความสับสนอลหม่าน ผมจึงต้องโทษรธน.ฉบับนี้ ผมเจอคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ผมก็ชอบพูดคำนี้ ว่าคุณมีชัยมีส่วนที่ทำให้บ้านเมืองวุ่น เนื่องจากเขียนรธน.มาได้รับคำสั่งจากใครมาไม่ทราบ ทำให้่เกิดความสับสนอลหม่าน เรามองไปข้างหน้าก็ยิ่งเป็นห่วงใหญ่ในฐานะนักการเมือง ประชาชนคนไทย หรือในฐานะเจ้าของประเทศคนหนึ่งเหมือนกัน เราไม่อยากเห็นบ้านเมืองสับสนอลหม่านเหมือนอย่างก่อนการปฏิวัติ และผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และรัฐบาลชุดหน้าคงจะทำงานลำบาก จะเป็นใครก็แล้วแต่ที่จะมาเป็นรัฐบาลจะลำบ่าก เกิดความสับสนอลหม่าน

ถาม :  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนเดิมจะลำบากหรือไม่

ตอบ : ผมไม่อยากจะพูดว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญเขียนมาเพื่อให้ใครเป็นนายกฯ มันชัดเจนอยู่แล้ว เขียนให้พรรคการเมืองอ่อนแอเพื่ออะไร เพื่อใครก็รู้กันอยู่แล้ว เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วเราต้องยอมรับประชามติที่เห็นชอบรธน.ฉบับนี้ แต่เราหวังไม่ได้ประชาชนเรามี 67 ล้านคนใครจะไปอ่าน อย่าว่าแต่ประชาชนจะอ่านรู้เรื่องเลย ส.ส.อ่านก็ไม่รู้เรื่อง ขณะนี้เลือกตั้งประธานสภาฯ คนเดียวใช้เวลา 1 วันทะเลาะกัน มันส่อให้เห็นว่ามองอนาคตแล้วมันจะเกิดความสับสนอลหม่าน

ถาม :ท่านมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้ พรรคพลังประชารัฐพยายามไปสู่ขอพรรคต่างๆ เขาจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ หรือจะมีรัฐบาลขั้วที่ 3 อาจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3

ตอบ : ผมเกษียณมานานแล้ว จะให้รู้ลึกซึ้งขนาดนั้นคงตอบไม่ได้ พปชร.ตั้งขึ้นมาแกนนำในการจัดตั้งคือคุณอุตตม ก็มาจากรัฐบาล เป้าหมายชัดเจน ซึ่งเขาหวังเสียงมากกว่านี้แต่เขาทำไม่ได้ โอกาสที่จะรวมกันได้หรือไม่ผมตอบไม่ได้ แต่การที่คุณชวน หลีกภัย ได้เป็นประธานรัฐสภา เนื่องจากพปชร.สนับสนุนมันชัดเจนว่ามีข้อตกลงกันหรือเปล่าผมไม่ทราบ ผมเองก็ออกจากพรรคมานานแล้วแต่ก็ยังมีความรักพรรคอยู่ ลงคะแนนก็ลงให้ประชาธิปัตย์ แต่ก็เสียใจที่คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯไม่รักพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ตรงนี้ทำให้ผมช้ำใจเหลือเกิน

ถาม : คนกทม.ไม่รักพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ไม่ได้เสียงเลย ท่านมองความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้อย่างไรบ้าง

ตอบ : เมื่อก่อนนี้คนกทม.รักปชป.มาก ซึ่งหมายความว่ารักผมด้วย และผมก็รักคนกทม. คนกทม.รักผมมา 9 สมัยไม่เคยทิ้งผมเลย เพราะฉะนั้นคราวนี้ไม่ได้สักคน แน่นอนกระทบจิตใจผมมาก เพราะอะไรผมว่าต้องดูตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ไม่ค่อยดีนัก ไม่ดีไม่ใช่หมายความว่าคุณอภิสิทธิ์โกงหรือทำงานเหลวไหลไม่ใช่อย่างนั้น คุณอภิสิทธิ์เป็นคดี แต่คุณอภิสิทธิ์หาคนมาทำงานช่วยงานไม่เป็น เปรียบเทียบการหาคนทำงานเป็นหรือไม่เป็นนั้นยกตัวอย่างพล.อ.เปรม ก็เป็นทหารเหมือนกัน แต่ไม่ได้ปฎิวัติ ตอนนั้นพล.อ.เกรียงศักดิ์ หัวหน้าคณะปฏิวัติตอนนั้นชวนพล.อ.เปรมมาเป็น รมช.มหาดไทย พอพล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วรู้ว่าตัวเองว่าไม่ได้เป็นนักการเมือง ตัวเองไม่ได้เป็นผู้วิเศษที่ไหน ท่านจึงใช้คนดีๆ คนเก่ง มีความรู้ความสามารถ เช่น คุณสิทธิ์ เศวตศิลา ที่เป็นเพื่อนรักกันและเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ สมหมาย ฮุนตะกูล เป็นรมว.คลัง และอีกหลายๆ คนที่เป็นคนดีมีความสามารถ ท่านเป็นคนเก่งในการใช้คนเป็น แต่ประชาธิปัตย์เลือกคนไม่เป็นไปเลือกคนที่ไม่มีความรู้ คนที่อยากเอาหน้าเอาตา

ถาม :  อันนี้คือสาเหตุของความพ่ายแพ้หรือไม่

ตอบ : เป็นสาเหตุสำคัญ ตอนหลังคุณอภิสิทธิ์พยายามวางตัวคนมาทำงานให้ถูกต้อง แต่ก็มีการทะเลาะกันกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการพรรคก้ไปตั้งกลุ่มขึ้นมา ต่อสู้กับคนเสื้อแดงซึงทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน มันทำให้บ้านเมืองวุ่นวายสับสน เมื่อมีการปฎิวัติทั้งๆ ที่ผมไม่ชอบ แต่อย่างน้อยก็ทำให้บ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความสบายใจขึ้น ส่วนอนาคตของประเทศไทยใครจะมาเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ทำงานลำบาก ถ้าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ผมเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ทำงานมา 5 ปี นี่ไม่เลว ไม่มีประวัติเกี่ยวกับการคอรัปชั่นเลย ผมชมเชยเขาตรงนี้ เพียงแต่พล.อ.ประยุทธ์มีพฤติการณ์ที่ไม่นิ่มนวล มีบุคลิกไม่เหมือนพล.อ.เปรม ซึ่งแน่นอนเราจะมาเปรียบเทียบกันไม่ได้แน่ มาเปรียบเทียบกับพล.อ.เปรมมันคนละเรื่องเลย เขาทำงานจริงแต่เขาไม่นิ่มนวลพอ พูดจากับสื่อมวลชนก็ไม่เรียบร้อย พล.อ.เปรมพูดแบบนิ่มนวล ท่านถือว่าสื่อมวลชนคือลูกหลาน อย่างมากที่สุดก็บอกว่ากลับบ้านเถอะลูก ไม่มีนายกรัฐมนตรีคตนไหนที่เอ็นดูผู้สื่อข่าวเหมือนกับลูกหลาน เหมือนพล.อ.เปรม บางครั้งท่านจนมุมตอบไม่ได้ก็บอกกลับบ้านเถอะลูกมืดแล้ว นี่คือผู้ใหญ่พูดกับเด็ก อันนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากเห็นพล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างน้อยสักครึ่งหนึ่งของพล.อ.เปรม ผมคิดว่าบ้านเมืองจะไปได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นใคร เอาพรรคร่วมรัฐบาลที่ตกลงไปในโคลนแล้วขึ้นมาอย่างนั้นก็ไม่ไหว ไม่เหมือนกับพล.อ.เปรมที่ไม่ได้หยิบคณะรัฐมนตรีหรือพรรคการเมืองที่ตกหรือเลอะโคลนมาแล้วขึ้นมา ตัวเองจะเลอะด้วย ผมหวังว่าเวลาคัดเลือกบุคคลใดก็แล้วแต่ขอให้คิดถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของคนนั้นๆ ด้วยแล้วพล.อ.ประยุทธ์จะทำงานได้


ถาม : มีคนวิจารณ์ว่า ความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะสูญพันธุ์

ตอบ : คงไม่ถึงอย่างนั้น ความขัดแย้งมีมานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคก็มีมาเป็นช่วงๆ ไป ระหว่างอาจารย์เสนีย์ ปราโมทย์ อยู่ก็มีความขัดแย้งกับคุณหญิงเลขา อภัยวงค์ ภรรยาคุณควง อภัยวงค์ ผู้ก่อตั้งพรรค ท่านก็จากไป ตอนหลังก็มีอีกในช่วงที่ผมเป็นหัวหน้าพรรคก็มีความขัดแย้งพวก 10 มกราคม ที่คุณวีระ มุสิกะพงค์ คุณเฉลิมพันธุ์ ศรีวิกรณ์ แยกออกไป แต่คนกทม.ไม่เคยเกลียดเราเพราะเราชี้แจงตรงไปตรงมา พรรคปชป.ไม่มีประวัติในการกินการโกง เราคัดเลือกคนมากในเรื่องเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ถือเป็นหลักใหญ่ แน่นอนหลักการของเราคือระบอบประชาธิปไตย คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังปกครองประเทศ เราต่อสู้กับพวกปฏิวัติมาตลอดเวลา แต่มาคราวนี้เราจะทำอย่างไรผมตอบไม่ได้

ถาม : จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่ชัดเจนว่าอยู่ฝั่งประชาธิปไตยหรือเปล่า

ตอบ :  พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนอยู่กับประชาธิปไตยแน่ ผมยังเชื่อมั่นว่ายังเป็นอยู่ โดยเฉพาะคุณชวน คุณอภิสิทธิ์ คุณบัญญัติ หรืแแม้แต่หัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างนายจุรินทร์ 4 คนนี้เป็นคนเก่า และคนเก่าๆ อย่างดร.สาวิตต์ คุณธารินทร์ คุณหญิงสุพัตรา และอีกหลายคน ๆ เหล่านี้ไปไหนต้องมาช่วยประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคตกต่ำ การเลือกตั้งคราวนี้เราเลยไม่ได้สักคนในกทม. อย่างคุณกร พีระพันธุ์ อภิรักษ์ เป็นคนใหม่ พรรคใหม่ๆ ก็เกิดขึ้น อย่างพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หัวหน้าพรรคคุณธนาธรเป็นอย่างไรผมไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ผมชมเชยเขาๆ มีความกล้าหาญ มีเป้าหมายที่สำคัญ ยืนหยัดว่าต่อต้านเผด็จการก็เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยก่อนนี่เอง

ถาม : พรรคประชาธิปัตย์ถูกตั้งคำถามว่าจุดยืนเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้คนกทม.ไม่ชอบ มองอย่างไร 

ตอบ : ผมคิดว่าคนกทม.ไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยึดจุดยืนเดิม 

ผมยังเชื่อว่าหัวใจชองจุดยืนเดิมของเรายังมีอยู่ หัวใจที่เข้มแข็ง ประชาธิปไตยที่แท้จริง ในระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนี้ยืนหยัดแน่นอน เพียงแต่การทำของเราไม่ได้แสดงออกมา เราทะเลาะกันเอง จนขณะนี้ก็ยังไม่เลิก ตอนเลือกหัวหน้าพรรคก็รุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ถาม : ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจุดยืน แบบชัดเจนเคิดว่าจะกู้ศรัทธากลับมาได้หรือไม่

ตอบ : พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดยืนของตัวเอง แต่คราวนี้ก็ต้องเลือกข้างกับพรรคพปชร. อีกฝ่ายหนึ่งที่มีเพื่อไทยเป็นหลัก ซึ่งมีการเผชิญหน้ากันรุนแรงเหลือเกินและมีอะไรบางอย่าง โดยเแพาะมีปัญหาคนที่อยู่เมืองนอกที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้มา จะให้อยู่ฝ่ายทหาร หรือฝ่ายโน้นก็ตัดสินใจลำบากมาก แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องนคิดถึงบ้านเมือง จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนบ้างเล็กน้อยก็แล้วแต่เขา ๆ จะเลิกคิดถึงคนอยู่เมืองนอกแล้วทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตย หรือเขาไม่ยอมลืมยังมีความคิดอยู่จะเลือกข้างฝ่ายอดีตเผด็จการก็จำเป็นต้องคิดดู หรือยืนอยู่ตรงกลางทำอะไรไม่ได้ ทำดีก็ไม่ได้ ทำไม่ดีก็ไม่ได้ ทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองไม่ได้เลย 50 กว่าคนใช้อะไรไม่ได้ แต่เค้าโครงที่เกิดขึ้นมามันแปลกที่เลือกคุณชวน ก็แสดงว่าแนวโน้มเขาจะไปทางฝั่งพลังประชารัฐ

ถาม : พรรคประชาธิปัตย์ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไร ให้พรรคอยู่รอด พรรคไม่แตก

ตอบ : อันนั้นไม่มีปัญหา พรรคประชาธิปัตย์ไม่สูญไปไหน ผมเชื่อว่าเฉพาะในกทม.คนยังรักพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ขอให้เปลี่ยนแปลงการทำงาน เปลี่ยนแปลงความประพฤติของตัวเอง ผมเศร้างใจแม้ออกมาแล้วก็ยังลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีพระคุณกับผมมากสร้างผมขึ้นมาให้เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานรัฐสภา ผมไม่ได้เก่งอะไร แต่พรรคส่งเสริมผม ๆอยากเห็นอย่างนั้น ผมจึงเชื่อมั่นว่า คนกทม.จริงๆแล้วไม่ได้เกลียดพรรคประชาธิปัตย์หรอก แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวใหม่ ผมเชื่อว่าคุณจุรินทร์หัวหน้าพรรคนใหม่จะทำได้ ผมแนะนำไปแล้วว่าต้องอดทน ต้องแก้ไขในสิ่งผิด


ถาม : ท่านจะแนะนำคุณจุรินทร์ที่จะมาหาอย่างไรบ้าง

ตอบ :  สิ่งแรกที่จะแนะนำในเรื่องความสามัคคีในพรรคก่อน ต้องเลิกความขัดแย้งในพรรค ต้องมารวมผนึกกำลังกัน อย่าทะเลาะกัน 2. ถ้าเป็นรัฐบาลต้องทำงานเต็มที่ตามนโยบายที่แถลงต่อสภา ต้องดำนเินการให้เห็นชัด 3. ต้องพยายามหาคนรุ่นใหม่เข้ามา ผมอายุมากที่สุดในครม.พล.อ.เปรม ที่เหลืออยู่ ผมจะตายเมื่อไรก็ไม่ทราบ แต่ความเป็นห่วงพรรคมีมาก ให้มองอนาคตพรรค ให้มีเป้าหมาย มียุทธศาสตร์ของตัวเองทำอย่างไรให้คนกลับมารักเราเลือกเรา ตอนเป็นหัวหน้าพรรคได้อีสาน 28 คน จะบอกคุณจุรินทร์อย่าทิ้งคนเก่า หาคนใหม่ ก็ต้องไปพบปะคนเก่าบ้างแม้เขาจะไม่มีตำแหน่งก็ตาม ส.ส.ก็ต้องพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนให้มากขึ้น อย่าละทิ้งเมื่อเมื่อเป็นผู้แทนแล้วอย่าอวดเบ่ง แต่เป็นผู้แทนแล้วต้องถ่อมตัว

ถาม  :ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์จะทำให้พรรคดีขึ้นหรือไม่

ตอบ : มันจะทำงานลำบากขึ้น เพราะถ้าเราไม่เป็นรัฐบาลอยู่กับพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ แม้หัวหน้าจะดีแต่การพูดจากร้าวเกินไป คุณธนาธรเป็นคนหนุ่มอนาคตยังมีมาก หากลงมานิดนึง นิ่งมานิดนึงยืนหยัดอันนี้ต่อไปอนาคตเขามี ส่วนที่จะถูกยุบพรรคก็น่าเสียดาย สำหรับพรรคปชป.โอกาสที่ยังมีอยู่ต้องแก้ตัวใหม่ ทำตัวให้ดี ถ่อมตัว อย่าลืมประชาชน อย่าลืม ส.ส.เก่าๆ เขาจะเป็นกำลังของเรา ตอมผมเป็นหัวหน้าพรรคผมก็ไปเยี่ยมตลอด ชาวบ้านเขาก็เห็นถึงเวลาเลือกตั้งเขาจะคิดถึงเราว่าหัวหน้าดีมาเยี่ยม สรุปแล้วน้ำใจสำคัญ ความซื่อสัตย์ และต้องเคารพกฎหมาย

ถาม : สุดท้ายแล้วปชป.จะเลือกข้างไหน เลือกพปชร.ใช่มั๊ยคะ

ตอบ : คิดว่าแนวโน้มคงเป็นอย่างนั้นด้วยเหตุผลที่นายชวนได้เป็นประธานสภาฯ ก็เป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากและอยู่ในฐานะลำบาก

ถาม : อยากฝากอะไรถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ 

ตอบ :  1.ต้องมีความจริงใจต่อประชาชนที่เลือกมา 2. ทำตามนโยบายที่พรรควางไว้ 3. มีความซื่อสัตย์สุจริต อย่าเอาตำแหน่งการเมืองมาหากิน 4. ทำงานในสภาฯอย่าทำให้คนดูทีวีขาดความเลื่อมใส ไม่อยากเห็นภาพการประท้วงเต็มสภาฯ 5.ต้องศึกษาข้อบังคับสภาให้ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้ภาพพจน์ส.ส.ดีขึ้น ทะเลาะในสภาพอออกมาก็เป็นเพื่อนกัน

“สุดท้ายแล้วก็ต้องคิดถึงบ้านเมือง จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนบ้างเล็กน้อยก็แล้วแต่เขา ๆ จะเลิกคิดถึงคนอยู่เมืองนอกแล้วทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตย หรือเขาไม่ยอมลืมยังมีความคิดอยู่จะเลือกข้างฝ่ายอดีตเผด็จการก็จำเป็นต้องคิดดู หรือยืนอยู่ตรงกลางทำอะไรไม่ได้ ทำดีก็ไม่ได้ ทำไม่ดีก็ไม่ได้ ทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองไม่ได้เลย 50 กว่าคนใช้อะไรไม่ได้ แต่เค้าโครงที่เกิดขึ้นมามันแปลกที่เลือกคุณชวน ก็แสดงว่าแนวโน้มเขาจะไปทางฝั่งพลังประชารัฐ “

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่สูญไปไหน ผมเชื่อว่าเฉพาะในกทม.คนยังรักพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ขอให้เปลี่ยนแปลงการทำงาน เปลี่ยนแปลงความประพฤติของตัวเอง ผมเศร้างใจแม้ออกมาแล้วก็ยังลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีพระคุณกับผมมากสร้างผมขึ้นมาให้เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็นประธานรัฐสภา ผมไม่ได้เก่งอะไร แต่พรรคส่งเสริมผม ๆ อยากเห็นอย่างนั้น ผมจึงเชื่อมั่นว่า คนกทม.จริงๆแล้วไม่ได้เกลียดพรรคประชาธิปัตย์หรอก แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวใหม่ ผมเชื่อว่าคุณจุรินทร์หัวหน้าพรรคนใหม่จะทำได้ ผมแนะนำไปแล้วว่าต้องอดทน ต้องแก้ไขในสิ่งผิด"

“รธน.ฉบับนี้ตรงกันข้ามกลับเขียนมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ จึงเกิดพรรคการเมืองเป็นร้อยพรรค หวังว่าพรรคกาเรมืองแต่ละพรรคเงื่อนไขให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันนี้เป็นสิ่งเจตนาสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองเกิดความสับสนอลหม่าน ผมจึงต้องโทษรธน.ฉบับนี้ ผมเจอคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ผมก็ชอบพูดคำนี้ ว่าคุณมีชัยมีส่วนที่ทำให้บ้านเมืองวุ่น เนื่องจากเขียนรธน.มาได้รับคำสั่งจากใครมาไม่ทราบ ทำให้่เกิดความสับสนอลหม่าย เรามองไปข่างหน้าก็ยิ่งเป็นห่วงใหญ่ในฐานะนักการเมือง ประชาชนคนไทย หรือในฐานะเจ้าของประเทศคนหนึ่งเหมือนกัน เราไม่อยกาเห็นบ้านเมืองสับสนอลหม่านเเหมือนอย่างก่อนการปฏิวัติ และผลของรัฐบาลธรรมนูญฉบับนี้และรัฐบาลชุดหน้าคงจะทำงานลำบาก”