2
shared

อำนาจต่อรองจัดตั้งรัฐบาล

31 พฤษภาคม 2562 09:46 18
รายงาน : ขันหมากการเมืองวันนี้ยังต้องรอมติพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ขณะที่อีก 2 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลสำคัญ อย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย รวมเสียง 104 เสียง ดังนั้น ทุกท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้ ถือว่ามีความสำคัญ


ปรากฎการณ์ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาเปิดเผยไทม์ไลน์การเมืองว่า พรรคอาจจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีก่อน ระหว่างการรอมติพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลสะเทือนดีลจัดตั้งรัฐบาลไม่น้อย ร้อนถึงท่าทีล่าสุดนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาปฏิเสธถึงความเห็นดังกล่าว ระบุเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐเคารพเสียงประชาชน และพรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลอื่นๆ


หลังการเทียบเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาที่มี 10 ที่นั่ง หากตัดสินใจเข้าร่วม ทำให้มีเสียงพรรคร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐอยู่ที่ 150 เสียง จาก 17 พรรคร่วมรัฐบาล เมื่อรวมกับเสียง ส.ว. 250 คน ก็เพียงพอที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ได้เสียงเกิน 376 เสียง เพื่อเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยการบริหารประเทศรัฐบาลต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 251 เสียง ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ 53 เสียง และพรรคภูมิใจไทย 51 เสียง รวม 104 เสียง เป็นคะแนนเสียงที่สำคัญ


ขณะเดียวกัน ท่ามกลางการดีลจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ ภาพการเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีของผู้บัญชาการทหารบก และการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ทำให้เกิดกระแสข่าวลือทางการเมือง โดยรัฐบาลยืนยันไม่เป็นความจริง 


ด้านนายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า การตีความมาตรา 44 ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีอำนาจออกคำสั่งก็น่าจะยุติไป หลังมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 


รัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่กำหนดเงื่อนเวลาในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำหนดเวลาไว้ 30 วัน หากพ้น 30 วัน ยังไม่มีใครได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้ผู้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คือ ส.ส. 500 คน และส.ว. 250 คน โดยต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียง