3
shared

จับเฒ่าแสบ! ฉกสร้อยทองบนรถไฟวิ่งผ่านประจวบฯ นับครั้่งไม่ถ้วน

30 พฤษภาคม 2562 14:10 126
จับเฒ่าแสบ ชาวเพชรบุรี วัย 64 ปี ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ บนขบวนรถไฟที่วิ่งผ่านจ.ประจวบคีรีขันธ์ นับครั้งไม่ถ้วน สารภาพนำไปเล่นการพนันมวยตู้และพนันหวยใต้ดิน เคยถูกจำคุกมาแล้ว 5 ครั้งเพิ่งปล่อยตัวเมื่อปีที่แล้ว

วันนี้ (30 พ.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรินทร์ บุญรักษ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ แถลงข่าวการจับกุม นายประหยัด หรือเตี้ย อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ บนขบวนรถไฟที่วิ่งผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นับครั้งไม่ถ้วน 

ทั้งนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 03.00-04.00 น. ผู้ต้องหาได้วิ่งราวทรัพย์จากนางอาภา อินทะสระ อายุ 67 ปี ชาวสงขลา ขณะโดยสารรถไฟขบวนรถที่ 170 เดินทางยะละ - กรุงเทพ โดยได้กระชากกระเป๋าถือสีดำที่วางไว้บนตัก ได้ทรัพย์สินเป็น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น และเงินสด 3,500 บาท


ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 29 พ.ค. ได้รับแจ้งจากตำรวจรถไฟว่าผู้โดยสารในขบวนรถไฟธนบุรี-หลังสวน ที่สถานีรถไฟหัวหินถูกวิ่งราวทรัพย์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ช่วยค้นหา กระทั่งจับกุมได้ ขณะที่ผู้ต้องหากระโดดลงจากรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านหนองหิน หมู่ 2 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อตรวจค้นภายในตัวยังพบของกลางเป็นแหวนทองคำ นาฬิกาข้อมือ พระเลี่ยมทอง พระเครื่องจำนวนหลายองค์ โทรทัศน์มือถือ

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าตนเองใช้ศาลาหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เป็นที่หลับนอน หลังเที่ยงคืนจะเดินไปที่สถานที่รถไฟประจวบคีรีขันธ์ห่างกันประมาณ 50 เมตร เพื่อเลือกผู้เหยื่อที่เป็นผู้หญิงและมีทรัพย์สิน จากนั้นซื้อตั๋วรถไฟเพื่อขึ้นไปขโมย อาศัยช่วงเหยื่อเผลอหลับหรือไม่ทันระวังตัวจะกระชากสิ่งของและวิ่งหนีกระโดดลงจากรถไฟ โดยได้ก่อเหตุในพื้นที่อำเภอ เมือง อ.หัวหิน และ จ.ชุมพร เท่าที่จำได้ประมาณ 7 ครั้ง ทุกครั้งที่ได้ทรัพย์สิน จะนำไปเล่นการพนันมวยตู้และพนันหวยใต้ดิน


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า นายประหยัด เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำเพชรบุรีเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 และเคยถูกจำคุกจำนวน 5 ครั้ง จากข้อหาลักทรัพย์ 3 ครั้ง และยาเสพติด 2 ครั้ง จากข้อมูลของตำรวจรถไฟที่มีการแจ้งหายของผู้โดยสารมีหลายสิบครั้ง จึงขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบรายการทรัพย์สินต่างๆ ได้ที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกันนี้จึงได้ตั้งข้อหา วิ่งราวทรัพย์ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป