คุก! 2ปี21เดือน“เสก โลโซ”-ไม่รอลงอาญา

11:10 25 ตุลาคม 2561 1,497
ศาลพิพากษาจำคุก “เสก โลโซ” 2ปี 21 เดือน ฐานขัดขวางการจับคดีอาวุธปืนและเสพยาโดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากทำผิดซ้ำทั้งที่ก่อนหน้านี้ให้โอกาสแก้ตัว

 

วันนี้ (25 ต.ค. 61) นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” นักร้องชื่อดัง เดินทางมารับฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดมีนบุรีในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่,เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2560 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลคันนายาว นำกำลังเตรียมเข้าจับกุมนายเสกสรรค์ที่บ้านในหมู่บ้านย่านสุขาภิบาล 5 จากกรณีที่นายเสกสรรค์ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัดภายในงานฉลองสมโภชและครบรอบ 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยระหว่างเข้าจับกุมนายเสกสรรค์ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่มีอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก,กระสุนปืนออโตเมติกอีกจำนวน 6 นัด และเสพยาเสพติด โดยในชั้นพิจารณา “เสก โลโซ” ให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของอัยการแล้ว มีนายตำรวจเบิกความยืนยันถึงขั้นตอนขอออกหมายค้นและการแสดงหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรีกับหมายจับคดีอาวุธปืนฯของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว แต่นายเสกสรรค์ ซุกตัวภายในบ้านพร้อมกับถืออาวุธปืนที่พร้อมยิงตลอดเวลาโดยไม่ยอมออกมาพบนายตำรวจอย่างง่ายดาย และผลการตรวจปัสสาวะยังพบว่าปัสสาวะของจำเลยมีสารเสพติดด้วยซึ่งเกิดจากการนำสารเสพติดเข้าไปในตัวของจำเลยด้วยวิธีเสพไม่ใช่การใช้ยาทั่วไปที่มีสารเสพติดผสม

 

จึงพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดทั้ง 3 ข้อหาให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน,ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และฐานเสพยาฯจำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้นเป็น 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย

 

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้วแต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญา