1
shared

ลงทุนกับ"กบข." ไม่เสี่ยงอย่างที่คิด

27 พฤษภาคม 2562 14:24 76
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ทำให้ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคผันผวนอยู่ไม่น้อย เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย ซึ่งกองทุนสำหรับข้าราชการอย่างกองบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะมีวิธีรับมืออย่างไร ติดตามได้ในรายงาน

            “การลงทุนมีความเสี่ยง” นับเป็นวลีที่หลายคนคงคุ้นหูมานาน  ซึ่งปัจจุบันการลงทุนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหุ้น กองทุนรวม หรือตลาดตราสารหนี้  ซึ่งวัตถุประสงค์ของแต่คนก็แตกต่างกันไป บางคนลงทุนเพื่อการออม บางคนอาจลงทุนเพื่อหวังผลกำไร




กบข. คืออะไร?

            ในส่วนของข้าราชการนั้น มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  หรือ กบข.  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มข้าราชการ  โดยเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539   มีสถานะเป็นองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ  ไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ  ซึ่งเป็นระบบเสริมระบบบำเหน็จบำนาญเดิมขึ้นมา เป้าหมายก็คือ เป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญแก่ข้าราชการ รวมถึงส่งเสริมการออม และจัดเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิกของกองทุน

            และในส่วนของการลงทุน กบข. มีหน้าที่นำเงินที่รับเข้าจากสมาชิกไปลงทุน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน กบข. ซึ่งข้าราชการที่รับราชการอยู่ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 (พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ) จะเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่ข้าราชการที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540 ทุกคนต้องเป็นสมาชิก กบข.  โดยกบข. จะหักเงินจากบัญชีเงินเดือนข้าราชการ 3%  ของเงินเดือนทุกเดือน และรัฐจะสมทบให้อัตราที่เท่ากัน คือ 3% ของเงินเดือนทุกเดือน   และเมื่อข้าราชการออกจากงานจะได้รับเงิน 2 ส่วน 



แล้วเงินสะสมในกองทุน กบข.เอาไปลงทุนที่ไหนล่ะ ?

                เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวที่ เป็นไปได้ซึ่งจะทำให้เงินกองทุนงอกเงยเพียงพอสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ โดย กบข.มีการนำเงินกองทุน ไปลงทุนทั้ง ตลาดตราสารหนี้ในประเทศ และต่างประเทศ ตลาดตราสารทุนทั้งไทยและต่างประเทศ หรือแม้แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น


        โดยปัจจุบัน  กบข.มีแผนการลงทุนรวม 5 แผน

1. “แผนหลัก” 

2 “แผนผสมหุ้นทวี” 

3 แผนตราสารหนี้” 

4 “แผนตลาดเงิน”

5 “แผนสมดุลตามอายุ”


      

                ซึ่งสมาชิกที่เลือกแผนจะต้องระบุข้อมูลอายุเกษียณไว้ในแบบคำขอเลือกแผนด้วย  แต่การเลือกแผนการลงทุนเป็นสิทธิของสมาชิก จะเลือกแผนการลงทุนหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ




กบข.มีอะไรใหม่บ้าง ?           

            ขณะเดียวกัน กบข.ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสมาชิกและ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ด้วยการพัฒนาแอพพลิเคชั่น My GPF App  ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยหลังจากให้บริการ My GPF เต็มรูปแบบเมื่อมีนาคม 2562 มีสมาชิกเข้ามาใช้บริการสูงเกือบ 400,000 ครั้ง อีกทั้งยังใช้สิทธิรับสวัสดิการกว่า 40,000 ครั้ง นับเป็นปริมาณการใช้บริการสูงสุดตั้งแต่ กบข. เริ่มให้บริการสวัสดิการและสื่อสารในรูปแบบดิจิทัลเลยก็ว่าได้

                นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  ระบุว่า  จากสถานการณ์การค้าที่ไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐฯและจีน   ทำให้ตลาดทุนเกิดความผันผวน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ กบข. นำเงินไปลงทุน ดังนั้น กบข.จึงเตรียมปรับลดสัดส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่างการลงทุนในหุ้นลง  จากปีนี้ที่มีสัดส่วน 23% ของพอร์ต ให้เหลือประมาณ 19%  เพื่อปรับไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและปลอดภัย เช่น ตราสารหนี้  จากปีนี้ที่มีสัดส่วนราว 45-46% จะให้เพิ่มเป็น 48-50% แทน     โดยจะเน้นตราสารหนี้ไทยและกระจายไปตราสารหนี้ต่างประเทศบางส่วน   ขณะเดียวกันก็จะเน้นการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยลงทุนในรูปแบบต่างๆ ไม่น้อยกว่า 20 ประเภท

            อย่างไรก็ดี การปรับพอร์ตดังกล่าวทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยทุกแบบ  ให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับกลางๆ ไม่สูงมาก โดยในปี 2562 กบข.ตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2-3%   ส่วนปีนี้ยังไม่สรุปว่าผลตอบแทนจะอยู่ระดับใด แต่ยืนยันว่าจะไม่ขาดทุน

            สำหรับในปีหน้า กบข.จะปรับเข้าสู่ Digital Transformation มากขึ้น เพื่อนำระบบการให้บริการสมาชิกและการสื่อสารกับสมาชิกยกมาทำผ่าน โมบายแอพพลิเคชั่นให้ได้ในปี 2562 พร้อมทั้งนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ผ่านโมบายแอพให้แก่สมาชิกมากขึ้น   รวมไปถึงการให้ความรู้ในการบริหารเงินให้สมาชิกมีเพียงพอใช้หลังเกษียณ โดยจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำพัฒนาระบบ  โดยปัจจุบันมีสมาชิกใช้บริการผ่านระบบประมาณ 1 แสนราย จากสมาชิกทั้งหมด 1 ล้านราย