3
shared

บทบาทประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ภายใต้ รธน.2560

25 พฤษภาคม 2562 19:01 189
รายงาน : อำนาจหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แม้จะอยู่ภายใต้หลักการข้อบังคับของการประชุม แต่ในฐานะผู้ควบคุมกติกาตลอดการประชุม จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก และผู้ที่ได้นั่งบัลลังก์ประมุขถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลในรัฐสภาและการเมืองไทย


บทบาทหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง หลังว่างเว้นมานานกว่า 5 ปี วันนี้ 25 พฤษภาคม 2562 ถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นเวทีแรกของการประชุม เพื่อเข้าสู่วาระเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสร็จสิ้น

อำนาจหน้าที่ของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ภายใต้หลักการข้อบังคับการประชุม และมีความสำคัญในรัฐสภาและการเมืองไทย เพราะเป็นผู้คุมเกมการเมืองในสภาทั้งหมด ว่าอะไรจะเข้าพิจารณาก่อนหรือหลัง และเรื่องใดควรนำเข้าที่ประชุมหรือไม่ รวมถึงอำนาจเด็ดขาดว่าจะให้ใครมีสิทธิ์อภิปราย และอภิปรายได้มากน้อยแค่ไหน หากพูดเช่นนี้เท่ากับประธานฯคือผู้คุมกติกาตลอดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองสูงมาก โดยเฉพาะหากมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่างๆที่สำคัญ การเป็นคนวางกติกายิ่งความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งยังไม่รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย


จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าบทบาทของประธานสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการผ่านร่างกฎหมายฉบับสำคัญ เรียกได้ว่าตำแหน่งประธานรัฐสภา เป็นเก้าอี้ที่หอมหวาน ที่หลายพรรคการเมืองหมายปอง และต้องการให้ผู้แทนพรรคของตนครอบครองเก้าอี้นี้

เพราะโดยหลักการประธานสภาฯ ซึ่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ จะต้องไม่มีขั้วไหนทั้งสิ้น แต่ก็ปฎืเสธไม่ได้ เพราะตำแหน่งนี้ เริ่มต้นมาจากการเสนอชื่อของพรรคการเมือง ที่มี ส.ส. และโหวตโดย ส.ส. หากพูดในทางปฎิบัติคงปฎืเสธไม่ได้ว่าอาจมีการล็อบบี้หรือการขอคะแนนเสียงเกิดขึ้น ซึ่งจากอดีต พบว่าส่วนมากพรรคฝ่ายรัฐบาลมักจะชนะโหวต เพราะหากประธานสภาฯมาจากขั้วตรงข้ามหรือฝ่ายค้าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมานแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญก็อาจล่มได้ เพราะประธานสภายังอยู่ในสถานะ สส.ของพรรคการเมืองที่เสนอชื่อมา ดังนั้นหากมาจากฝ่ายค้านจริง รัฐบาลก็แพคกระเป๋าพับโครงการที่เสนอกลับบ้านได้เลย