4
shared

ผู้ใช้รถได้เฮ..สำเนาภาพถ่ายใบขับขี่ใช้แทนตัวจริงได้!

25 พฤษภาคม 2562 11:18 713
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ พรบ.จราจรทางบก ฉบับที่ 12 สำเนาภาพถ่่ายดิจิทัลใช้แทนฉบับจริงได้

 

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ พรบ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เพื่อแก้ไขปัญหาผู้ขับขี่ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนน ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ทั้งกฎข้อบังคับต่างๆ นั้นบังคับใช้มาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถควบคุมและบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

"มาตรา ๓๑/๑ ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวเองและต้องแสดงต่อเจ้าพนักงานเมื่อขอตรวจ ในกรณีผู้ขับขี่แสดงใบขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ตามที่กรมขนส่งทางบกกำหนดให้ถือว่าผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวตามวรรคที่หนึ่งแล้ว"


โดยใจความสำคัญของการแก้ไข-ปรับปรุง พ.ร.บ.จราจร ฉบับที่ 12

1.ในขณะขับขี่ผู้ขับต้องมีใบขับขี่อยู่กับตัว พร้อมแสดงให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยเป็นใบขับขี่ตัวจริง หรือใบขับขี่ดิจิทัลหรือสำเนาภาพถ่ายใบขับขี่ ดังนั้นสำเนาภาพถ่ายใบขับขี่หรือใช้ใบขับขี่ดิจิทัลจึงสามารถใช้แทนได้ ซึ่งไม่ว่าจะแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ในรูปแบบของตัวจริง ดิจิทัล หรือสำเนาภาพถ่ายก็ถือว่าใช้ได้ เพราะผู้ขับขี่มีใบอนุญาตอยู่กับตัวแล้ว

2.กรณีทำผิดตากฎหมายจราจร โดยเป็นความผิดที่มีโทษปรับอย่างเดียว หรือจำคุกไม่เกิน 2 เดือนและมีโทษปรับ จนท.สามารถตักเตือนหรือออกใบสั่งแทนได้โดยมีการออกใบสั่งนั้น หากพบการกระทำความผิดแต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ ให้จนท.สามารถแปะห้อยติดใบสั่งไว้ที่รถได้ โดยถือว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถได้รับใบสั่งไปแล้ว

3.หากผู้ขับขี่ไม่อยู่ในสภาพที่สามารถขับขี่ต่อไปได้ หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ให้จนท.สามารถยึดใบขับขี่ ระงับการใช้รถชั่วคราวได้ แต่หากผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่สามารถขับขี่ต่อไปได้ ให้จนท.ยึดคืนใบขับขี่ อนุญาตให้ขับขี่ต่อไปได้  เมื่อผู้ขับขี่อยู่ในสภาพพร้อมใบขับขี่ ไม่เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นแล้ว

กรณีเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ขับขี่ขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามในการรับใบอนุญาตขับขี่ ให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดใบอนุญาตขับขี่ ดดยแจ้งสร้างยึดพร้อมเหตุผลให้ผู้ขับขี่ทราบ และมอบหลักฐานการยึดไว้กับผู้ขับขี่เป็นหลักฐานไว้ด้วย และแจ้งต่อนายทะเบียนดำเนินตามกฎหมายต่อไป

4.ให้สตง.จัดทำระบบบันทึกและคะแนนความประพฤติในการขับขี่ โดยหากผู้ขับขี่ถูกตัดแต้มจนหมดตามที่กำหนดไว้แล้ว ให้พักใบขับขี่ 90 วัน และเข้าอบรมตามหลักสูตร หากมีค่าใช้จ่ายต้องออกเอง

กรณีทำผิดซ้ำในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี และเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ควรเพิกถอนใบขับขี่ ก็สามารถแจ้งขนส่งเพิกถอนได้ไม่เกิน 90 วัน และถ้าถูกพักใบขับขี่เกิน 2 ครั้งในรอบ 3 ปี และจนท.เห็นว่าควรพักใบขับขี่เกิน 90 วัน ก็สามารถแจ้งขนส่งขึดใบขับขี่เพิ่มเติมได้

กรณีทำผิดซ้ำในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี และ เจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ควรเพิกถอนใบขับขี่ ก็สามารถแจ้งขนส่งเพิกถอนได้โดยในการแจ้งเพิกถอนใบขับขี้เพิ่มเติมนั้น จะต้องเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.เป็นผู้ดำเนินการแจ้งรายทะเบียนดำเนินการ

5.กรณีเจ้าของรถที่กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล หากตัวแทนของบุคคลไม่แจ้งว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด หรือดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องระวังโทษปรับในอัตรา 5 เท่าของค่าปรับสูงสุด

อย่างไรก็ตามต้องดูท่าทีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับลูกกับพรบ.ฉบับแก้ไขนี้อย่างไร เนื่องจากก่อนหน้าช่วงปลายปี 2561 กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศจะเริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิทัล โดยให้เจ้าของบัตรได้โหลดแอพฯ ลงสมาร์ทโฟน เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อถูกเรียกตรวจได้ แต่ทางตำรวจไม่เอาด้วยกับใบขับขี่ออนไลน์ หากขอตรวจแล้วไม่แสดงบัตรตัวจริงก็จะแจ้งข้อหาไม่พกพาใบอนุญาตทันที