6
shared

เปิดภาพ-เปิดใจ'หมอมน'สัตว์แพทย์หัวใจทองคำช่วยทารกน้อย

20 พฤษภาคม 2562 20:40 2116
เปิดภาพ'คุณหมอมน'สัตว์แพทย์ในคลิปดังช่วยทำคลอดฉุกเฉินกลางถนนจนทารกพ้นขีดอันตราย ที่แท้เป็นเจ้าของเพจคนติดตามกว่า 2 แสน

วันนี้ ( 20 พ.ค. 62 ) จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมามีการแชร์คลิปสัตว์แพทย์สาวที่ช่วยทำคลอดฉุกเฉินให้กับหญิงสาวต่างด้าวที่คลอดลูกกลางถนนเพราะแท็กซี่ไม่รับ โดยการอุ้มไปรักษาในคลีนิกรักษาสัตว์ ซึ่งทารกน้อยนั้นหยุดหายใจหลังคลอดจนตัวเป็นเป็นสีม่วง หมอมนได้ทำการปั๊มหัวใจและดูดเอาของเหลวออก ให้อ๊อกซิเจน จนเด็กเริ่มหายใจขยับตัวได้และส่งเสียงร้อง สร้างความระทึกปนยินดีให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก


ทั้งนี้สัตว์แพทย์สาวคนดังกล่าวคือ ส.พ.วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข เป็นเจ้าของ 'คลีนิกหมอมนรักสัตว์' และเจ้าของเพจเฟสบุ๊ค 'เพื่อนซี้สี่ขา ประสาหมอมน' ที่มียอดไลค์กว่าสองแสน ภายในเพจคุณหมอมนจะโพสต์คลิปเกี่ยวกับสัตว์ที่มารักษากับคุณหมอพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับรักษาสัตว์ด้วยดูแล้วน่ารักๆมากๆทั้งหมอและเหล่าหมา แมวที่มารักษาตัว 

นอกจากนี้คุณหมอยังเปิดใจเล่าถึงนาทีระทึก ว่าวันเกิดเหตุประมาณ 19.00 น. ในขณะนั้นรักษาน้องหมาอยู่ภายในคลินิก มีชายรายหนึ่งวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ เพราะภรรยาที่เป็นคนงานก่อสร้างได้คลอดลูกแต่เด็กแน่นิ่งไป ตอนแรกตนเองได้ถามไปว่าลูกคนเหรอคะ ชายคนดังกล่าวก็ตอบว่าใช่ พร้อมกับบอกว่าถ้าหมอไม่ไปลูกต้องตายแน่ๆ

ทำให้ตนเองต้องรีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ ตอนนั้นเด็กทารกอาการวิกฤตแล้วเพราะตัวเขียวไม่มีสัญญาณชีพจึงตัดสินใจอุ้มกลับไปที่คลีนิค แล้วใช้ลูกยางดูดเอาเสมหะ น้ำเมือก น้ำคร่ำเพื่อให้เด็กหายใจจากนั้นจึงใช้เครื่องอ็อกซิเจน จนกระทั่งเด็กส่งเสียงร้องและผิวกลับมามีเลือดสีชมพูอีกครั้ง ต่อมาได้ติดต่อกู้ภัยนำแม่และลูกส่งโรงพยาบาลศิริราช ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

หมอมน​ กล่าวอีกว่า​ ขณะนี้ทราบว่า​ ปลอดภัยทั้งแม่และลูกก็รู้สึกดีใจ​ และไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปตอนช่วยชีวิตออกไปเผยแพร่จนเป็นกระแสสังคมขนาดนี้​ ขอขอบคุณทุกคำชื่นชมที่จะเป็นกำลังใจให้ตนได้ทำหน้าที่หมอที่ดีต่อไป "หลังเรียนจบสัตวแพทย์​ ก็เป็นหมอรักษาสัตว์มา​ 10​ ปี​ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้​ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ช่วยเหลือคน​ และอยากฝากว่า​ หากรู้สึกปวดท้องไม่ควรรอ​ และควรรีบไปหาหมอให้เร็วที่สุด​ หรือควรมีเบอร์สายด่วนฉุกเฉินติดไว้เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที" หมอมน​กล่าว