1
shared

เอกชนหวั่นบาทแข็งซ้ำเติมส่งออกวูบส่อฉุดGDP

15 พฤษภาคม 2562 19:38 192
กสิกรชี้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.9% กระทบขีดความสามารถส่งออกส่งผลให้ชะลอตัว อาจทบทวนปรับเลขGDPใหม่

วันนี้ ( 15 พ.ค. 62 )หลังจากที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนปะทุอีกรอบเมื่อสหรัฐปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเต็มเพดาน 25% หลายพันรายการและจีนมีการตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯทำให้เศรษฐกิจและการค้าโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้นและส่งผลกระทบมาถึงไทยด้วย โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องจักร เครื่องไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ไม้อาจทำให้ตัวเลขส่งออกครึ่งปีถึงขั้นไม่เติบโตหรืออยู่ที่ 0%

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่าขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไปโดยแข็งค่าขึ้นไปแล้วถึง 3.9% แม้จะไม่ได้แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคแต่จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและกดดันให้การส่งออกยิ่งชะลอตัวลง แต่หลังจากนี้มองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงจากการเกินดุลที่ลดลงและการลงทุนที่ชะลอตัว ทั้งปีกสิกรไทยยังมองไว้ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแต่การส่งออกที่คาดไว้โต 3.2% และจีดีพีขยายตัว 3.7% อาจต้องทบทวนใหม่หลังตัวเลขของสภาพัฒน์ออกมาสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตามกสิกรไทยมองว่าไทยจะไม่ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำประเทศที่แทรกแซค่าเงินแม้ไทยจะเกินดุลการค้าสหรัฐฯกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าสวนทางหากไทยมีการใช้นโยบายแทรกแซงค่าเงินจริง

ด้านนายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย(เวิลด์แบงก์) มองว่าสงครามการค้าที่มีความรุนแรงขึ้นทำให้เศรษฐกิจโลกเกิดความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยเดือนก.ค.เวิลด์แบก์จะประะมินจีดีพีและการค้าโลกใหม่อีกครั้ง ส่วนเศรษฐกิจไทยมองว่าได้รับผลกระทบไม่มากนักเพราะยังขับเคลื่อนได้จากการบริโภคและเศรษฐกิจภายในหลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่น่าจะเห็นการลงทุนการใช้จ่ายภาครัฐกระเตื้องขึ้น ที่น่าเป็นห่วงคือต้องจับตาโครงการลงทุนในระยะ 3 ปีข้างหน้ามากกว่าว่าจะมีความต่อเนื่องหรือไม่