5
shared

ชาวเน็ตผุดแคมเปญล้างมลทิน'ซีอุย'มั่นใจไม่ได้กินคน

16 พฤษภาคม 2562 12:41 1806
ชาวโซเชี่ยลถกประเด็น 'ซีอุย' มั่นใจไม่ได้เป็นฆาตกรกินคนมีหลักฐานยืนยันชัดเจน สร้างแคมเปญล่ารายชื่อนำร่างออกจากศิริราชล้างมลทิน-คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์



วันนี้ ( 14 พ.ค. 62 )ในเว็บไซต์ 'change.org' ได้มีการตั้งแคมเปญรณรงค์เพื่อนำร่าง 'ซีอุย แซ่อึ้ง' ออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราชและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เนื่องจากเชื่อว่าซีอุยไม่ได้ก่อเหตุฆ่าเด็กเพื่อกินอวัยวะ  อีกทั้งยังปรากฏในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าคดีที่ซีอุยถูกพิพากษาประหารชีวิตนั้นคือคดีฆาตกรรมเด็กชายสมบุญ บุณยกาญจน์ คดีสุดท้ายเพียงคดีเดียว และในคดีนั้นซีอุยไม่ได้กินตับและหัวใจของเด็กชายสมบุญแต่อย่างใด แต่ที่ซีอุยถูกตราหน้าว่าเป็นมนุษย์กินคนนั้นมาจากการที่สื่อภาพยนตร์-ละคร นำเรื่องซีอุยมาผลิตซ้ำผ่านสื่อทั้งภาพยนต์ ละคร และนวนิยายอีกมากมาย ทั้งที่จวบจนปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักฐานใดเลยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าซีอุย เคยได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อมนุษย์ โดยแคมเปญทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ 


'ผมเชื่อว่ามีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก"ซีอุย" ชายที่แม้แต่เด็กที่ร้องไห้ยังต้องหยุดร้องเมื่อได้ยินชื่อของเขา พร้อมกับประโยคสุดคลาสสิกของพ่อแม่ "ถ้าไม่หยุดร้อง เดี๋ยวซีอุยมากินตับนะ!!"

ตำนานฆาตกรฆ่าเด็กผ่าท้องเอาหัวใจและตับเด็กไปต้มกิน ถูกสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆในยุคนั้นโหมกระหน่ำใส่สีตีไข่กันอย่างสนุกสนาน ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้นที่เต็มไปด้วยข้อกังขามากมายว่า เหตุใดคำสารภาพในหลายๆคดีของซีอุยนั้น จึงไม่ตรงกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลายคดีแม้แต่ครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิตยังปฏิเสธว่าซีอุยนั้นไม่ใช่ฆาตกร หรือในบางคดีที่เขารับสารภาพ สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงได้แล้วเสียด้วยซ้ำ 

อีกทั้งยังปรากฏในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าคดีที่ซีอุยถูกพิพากษาประหารชีวิตนั้นคือคดีฆาตกรรมเด็กชายสมบุญ บุณยกาญจน์ คดีสุดท้ายเพียงคดีเดียว และในคดีนั้นซีอุยไม่ได้กินตับและหัวใจของเด็กชายสมบุญแต่อย่างใด

ต่อมาได้มีการนำเรื่องราวของซีอุยมาผลิตซ้ำผ่านสื่อทั้งภาพยนต์ ละคร และนวนิยายอีกมากมาย ทั้งที่จวบจนปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักฐานใดเลยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าซีอุย เคยได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อมนุษย์ 

เกือบ 60 ปีแล้วนับแต่วันที่ซีอุยถูกประหารชีวิต แม้เขาจะได้รับโทษประหารไปแล้วแต่ร่างของเขายังถูกจองจำในตู้โชว์ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช และตราหน้าบนป้ายชื่อเหนือตู้โชว์ว่าว่าชายผู้นี้คือ "มนุษย์กินคน" 

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมาร่วมกันลงชื่อรณรงค์ให้พิพิธภัณฑ์ยุติการจัดแสดงร่างของซีอุย และคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับชายผู้นี้ด้วยการนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนา และลบล้างตราบบาป"มนุษย์กินคน" ด้วยการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ 

เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าในอดีตเคยมีชายคนหนึ่งตกเป็นจำเลยสังคมเพราะการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่มีพยานหลักฐานของสื่อสำนักพิมพ์ และเพื่อเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวในการตระหนักถึงสิทธิและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งตนเองและผู้อื่น ของคนไทยทั้งปวง '

ลิงค์แคมเปญ คลิกที่นี่



ขณะที่เฟสบุ๊ค 'Poetry of Bitch' ได้ตั้งสรุปข้อสังเกตจากคดีเป็นข้อๆโดยระบุว่า

-  คาดว่าซีอุยตกเป็นจำเลยสังคมเพราะหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นเผยแพร่ข่าวลือโดยขาดการกลั่นกรอง ประกอบกับการที่ซีอุยไม่มีญาติพี่น้องและพูดไทยไม่ได้ จึงถูกเลือกเป็นแพะ

- ซีอุยในวัย 19 อพยพหนีความอดอยากจากซัวเถา มารับจ้างเฝ้าสวนอยู่ที่ทับสะแก เขาเป็นคนเรียบร้อย ขยันทำงาน และชอบให้ขนมเด็กๆกิน

- ญาติของผู้ตาย คนในพื้นที่และนายจ้างของซีอุย ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นคนทำ และช่วยกันยืนยันอย่างหนักแน่นมาตลอด แต่ก็ไม่อาจช่วยให้ซีอุยรอดพ้นความตายได้

- เหยื่อคนหนึ่งชื่อ “ด.ญ.บังอร” รอดชีวิตมาได้ เธอเห็นหน้าฆาตกรชัดเจน และบอกว่าคนทำคือ “นายเกลี้ยง” ไม่ใช่ซีอุย

- นายเกลี้ยงเป็นชายสติไม่สมประกอบ ชอบกินของดิบ เขาเป็นพี่ชายเมียปลัดอำเภอที่มีอิทธิพลในพื้นที่ในยุคนั้น มีคนพบชิ้นเนื้อและตับของ “ด.ญ.นิด” เหยื่อคนที่สอง อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายเกลี้ยงด้วย

- ซีอุยถูกจับและถูกหว่านล้อมให้ยอมรับ โดยบอกว่าจบเรื่องแล้วจะส่งกลับบ้านที่เมืองจีน หลังถูกจับซีอุยร้องไห้อยากกลับไปหาครอบครัวทุกวัน เขาจึงตอบตกลง แต่ต้องล้มทั้งยืนเมื่อถูกตัดสินประหารชีวิตแทนการส่งกลับบ้าน

- ซีอุยรับสารภาพก็จริง แต่คำสารภาพของซีอุยไม่ตรงกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้การรณรงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากมีคนทวิตรูปศพของซีอุย ที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ ร.พ.ศิริราช พร้อมป้ายชื่อว่า “มนุษย์กินคน” ซึ่งนำไปสู่การพูดคุยเรื่องซีอุยว่าตกเป็น “แพะรับบาป” คดีสังหารเด็ก 6 คนแล้วกินเครื่องในที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้งที่พยานหลักฐานหลายอย่างชี้ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ 

จนกระทั่งมีคนนำไปตั้งเป็นแคมเปญล่ารายชื่อใน change.org ให้พิพิธภัณฑ์ยุติการจัดแสดงร่างของซีอุย คืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้ซีอุย ด้วยการนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนา ลบล้างตราบาปมนุษย์กินคน และเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคดีซีอุยเสียใหม่ มีผู้ร่วมลงนามเกือบ 7,000 คนแล้ว