0
shared

กพอ.รับทราบกลุ่ม CP ได้ไฮสปีดเทรนด์เชื่อม 3 สนามบินแล้ว

13 พฤษภาคม 2562 16:24 214
กพอ.รับทราบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กลุ่ม CP ได้รับการคัดเลือกเตรียมนำเข้าที่ประชุมครม. 28 พ.ค. และลงนามสัญญา 16 มิ.ย.

วันนี้ ( 13 พ.ค. 62 )การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. นายคณิศ แสงสุพรรณเลขาธิการ EEC กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการคัดเลือกการเจรจา ร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ ผ่านการตรวจ พิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว  กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือ กลุ่ม CPH ได้รับคัดเลือกร่วมลงทุนโครงการ โดยหลังจากนี้จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 28 พ.ค. และลงนามสัญญาในวันที่ 15 มิ.ย. 2562 โดยในระหว่างนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จะพูดคุยกับเอกชน ในการทำแผนส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างและที่ดินที่ใช้ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะส่งมอบพื้นที่บริเวณมักกะสัน 100 ไร่ก่อน เนื่องจากมีขอบเขตที่ชัดเจนแล้ว

สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เลขาธิการ EEC กล่าวว่าแม้มีเอกชน ร้องศาลปกครอง โครงการนี้แต่ก็ยังเดินหน้าพิจารณาคัดเลือกได้ เนื่องจากเอกชนไม่ได้ร้องไห้หยุดโครงการเพียงขอเอาข้อมูลของเอกชนให้คณะกรรมการคัดเลือกทำงานไปก่อน ซึ่งในวันที่ 16 พ.ค.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกจะไปชี้แจงต่อศาลปกครองขณะเดียวกันขั้นตอนการเปิดซอง1 ซองคุณสมบัติซึ่งตอนนี้มีเอกสารบางส่วน ที่คณะกรรมการคัดเลือกขอเพิ่มเติมจากเอกชน และจะพิจารณาเสร็จในเร็วๆนี้แต่ยังจะไม่ประกาศการพิจารณาของแต่ละซอง ผลจนกว่าศาลปกครองจะมีคำตัดสินว่าคุ้มครองต่างที่เอกชนร้องหรือไม่ โดยยังเชื่อมั่นกรอบเวลาการพิจารณาของโครงการนี้จะแล้วเสร็จในปลายเดือนมิถุนายน

เช่นเดียวกับโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เอกชนมีการยื่นร้องต่อศาลปกครองเช่นกัน ที่ถูกตัดสิทธิ์คุณสมบัติ ส่วนโครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 จะมีการเสนอ ครม.ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.)​เพิ่มวงเงินโครงการในส่วนการถมทะเล ส่วนโครงการ ศูนย์ซ่อมอากาศยานหรือ MRO จะมีการหารือ ร่วมกัน เพื่อร่างข้อตกลงเงื่อนไขการทำ  PPP ระหว่างการบินไทยและแอร์บัส วันพรุ่งนี้ (14พ.ค.)

นอกจากนี้ในที่ประชุมกพอ. ยังมีการเห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์ในพื้นที่ EEC โดยจะต้องมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินโครงการ รวมทั้งรับทราบ ความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ EEC กว่า 1 แสนคน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รับหน้าที่ ในการ สนับสนุนการผลิตบุคลากร ส่วนของมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกอบรมคนเก่าและผลิตบุคลากรใหม่ โดยเชื่อว่าภายใน 5 ปีจะสามารถผลิตบุคลากรได้ราว 180,000 คน