13
shared

เลาะรั้วลีกยุโรป : "5 แมตช์ดราม่า ปาฏิหารย์ อลังการงานสร้าง ชปล. ปีนี้"

9 พฤษภาคม 2562 20:56 540
TNNSPORTS ขอพาคุณชม 5 เกมมหัศจรรย์ของ แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ปีนี้ ไปติดตามกันเลยคับ ถือเป็นการโหมโรงก่อนนัดชิง ในวัรที่ 1 มิ.ย. นี้

ตอนนี้ เราได้คู่ชิงเจ้ายุโรปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับสึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2018-2019 โดยรอบชิงชนะเลิศ จะจัดการแข่งขันกันที่ "ว่านต๋า เมโทร โปลิตาโน่" เมืองมาดริด ประเทศสเปน ในค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายนนี้ 


นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่คู่ชิงจะเป็นการพบกันของทีมจากอังกฤษ หลังในปี 2008 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเข้าชิงกับ เชลซี โดยครั้งนี้ ลิเวอร์พูล จะดวลเดือดกับ สเปอร์ส บนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีป โดยผู้ชนะจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์โลก อีกด้วย


แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ปีนี้ มีดราม่าเกือดขึ้นหลายเกมมาก รวมถึงสองเกมในรอบรองชนะเลิศที่พึ่งจบลงไปด้วย วันนี้ คอลัมน์ "เลาะรั้วลีกยุโรป" โดยทีมงาน TNNSPORTS ขอจัด 5 แมตช์ดราม่าสุดๆ เอาช้างมาหยุดกันยังไม่อยู่ ของแชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ปีนี้ มาให้แฟนๆได้ทบทวนความจำกันอีกครั้ง ก่อนที่เกมนัดชิงจะเล่นกันในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ครับ


เกมที่ 1 : เปแอสเช พบ แมนฯ ยูไนเต็ด รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง


นัดนี้ "ผีแดง" ภายใต้การนำของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังหลังพิงฝาแบบสุดๆ จากการแพ้มาก่อนในเกมแรกคาบ้าน 0-2 ทำให้การบุกมาเล่นที่ "พาร์ค เดอ แพรงส์" ในเลกที่สอง พวกเขาต้องชนะโคตรทีมจากฝรั่งเศส ด้วยความห่างถึง 3 ประตูขึ้นไป หรือต้องยิงให้ได้ด้วยความห่าง 2 ประตูในกรณีที่จะสามารถเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน แต่ใครจะเชื่อว่าลูกทีมของ โซลชา ได้ปล่อยของออกมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ โลเมลู ลูกากู ที่ทำถึง 2 ประตู ทำให้ทีมขึ้นนำในครึ่งเวลาแรก 2-1 ตอนนั้นพวกเขาต้องการอีกประตูเดียว เพื่อชนะ 3-1 และเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน ซึ่งมันแทบไม่มีวี่แววเลย แต่แล้วเรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อ "ปีศาจแดง" ได้จุดโทษในนาที 90+4 ก่อนจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงเข้าไป จากนั้นผู้ตัดสินเป่าหมดเวลาทันที แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกถสานการณ์เข้ารอบไปอย่างช็อคคนทั้งโลก เขี่ยทีมเต็งแชมป์อีกหนึ่งทีมในปีนี้ตกรอบคาบ้านไปอย่างชอกช้ำใจ


เกมที่ 2 : เรอัล มาดริด พบ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง


แมตช์นี้ ถ้าพูดกันตามตรง แทบไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เพราะเลกแรก มาดริด แชมป์เก่า 3 สมัยซ้อนบุกไปเอาชนะที่ ฮอลแลนด์มาก่อน 2-1 ทำให้การกลับมาเฝ้าบ้าน พวกเขาขอแค่เสมอ หรือแพ้ 0-1 ก็จะทะลุเข้ารอบก่อนรอง ฯ ทันที ทว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พลังหนุ่มของทีมดัชต์ รวมใจกันเล่นแบบหลุดโลก บุกไปเอาชนะมหาอำนาจของฟุตบอลสเปน และรายการนี้ถึง "ซานดิอาโก้ เบอร์นาเบว" 4-1 แบบช็อคสายตาแฟนบอลทั้งโลก ซึ่งผู้ทำประตูประกอบด้วย ฮาคิม ซิเย็ค , ดาวิด เนเรส , ดูซาน ทาดิช และ ลาสเซ่ โซน พาทีมบุกเขี่ยแชมป์เก่า 3 สมัยตกรอบแบบหมดราคาและราศรี


เกมที่ 3 : แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส รอบ 8 ทีมสุดท้ายเลกที่สอง


นัดนี้ก็โคตรดราม่าเช่นกัน โดยเกมแรก "ไก่เดือยทอง" เปิดบ้านเอาชนะไปก่อน 1-0 แต่ในเลกที่สอง ซิตี้ เปิดเกมบุกเข้าใส่แบบพายุทอร์นาโด รวมถึงในเวลานั้นพวกเขาเป็นเต็ง 2 ของการแข่งขัน ซึ่งเปิดเกมมาพวกเขาออกนำอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ 4 นาทีแรก ก่อนจะขึ้นนำถึง 3-2 ในครึ่งเวลาแรก แต่ครึ่งหลังก็มาได้ประตูสำคัญ จาก อเกวโร่ กุน ในนาทีที่ 59 ขึ้นนำ 4-2 ทว่าความดราม่าก็เกิดขึ้น เมื่อ สเปอร์ส ได้ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ กองหน้าผู้อาภัพและหมดสภาพไปนานแล้ว ใช้เอว กระทบลูกฟุตบอลเข้าประตูไป ทำให้ทีมตีขึ้นมาเป็น 3-4 และจบการแข่งขันไปด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ สเปอร์ส เขี่ยเต็งแชมป์อีกทีมตกรอบไปแบบยืนงงในดงไก่ 


เกมที่ 4 : อาแจ๊กซ์ พบ สเปอร์ส รอบรองชนะเลิศ เลกสอง


คู่นี้เข้ามาพบกันด้วยการโกงความตายมาทั้งคู่ อาแจ๊กซ์ ผ่านยูเวนตุส ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามาแบบหวุดหวิด ส่วน สเปอร์ส ก็ปล้น แมนฯ ซิตี้ เข้ามาแบบดราม่าดังที่กล่าวมาด้านบน ทุกอย่างทำที่ว่าจะเข้าทางทีมจากฮอลแลนด์ เมื่อพวกเขา บุกไปเอาชนะที่ "ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส สเตเดี้ยม" ได้ก่อนในนัดแรก 1-0 ทำให้การกลับมาเฝ้าบ้าน ขอเพียงแค่ผลเสมอ ก็จะทะลุเข้าชิงทันที ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาออกนำ 2-0 ในครึ่งแรก ทำให้สกอร์รวมเป็น 3-0 จุดนี้ทุกคนคงปิดไฟนอนกันหมดแล้ว เพราะ "ไก่เดือยทอง" ต้องยิงถึง 3 ประตู เพื่อให้สกอร์รวมเป็น 3-3 และเข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน สิ่งที่มันมีเพียงแค่ 10 % ก็เกิดขึ้นแล้วครับ เมื่อ สเปอร์ส ได้ ลูกัส มูร่า เป็นแฮทริคฮีโร่ ทำคนเดียว 3 ประตู ในช่วงครึ่งเวลาหลัง รวมถึงประตูชัยในนาที 90+6 ช็อคแฟนบอลอาแจ๊กซ์ ที่กำลังสเวยน้ำผึ้งพระจันทร์ฝันหวานไปถึงรอบชิงชนะเลิศกันอยู่เลยทีเดียว รวมทั้งยังเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมด้วย


และเกมสุดท้าย : ลิเวอร์พูล พบ บาร์เซโลนา รอบรองชนะเลิศ เลกสอง


เกมนี้มันยิ่งกว่าหนังฮอลลิวูดส์ที่ทำเงินอันดับ 1 ตลอดการของ box office เสียอีก มันมีทุกรสชาติ ความดราม่า และความมันส์ระดับไก่ย่าง 5 ดาว ยังต้องยอมยกสโลแกนให้ เกมแรก บาร์ซ่า เปิดบ้านชนะลิเวอร์พูลไปก่อน 3-0 ที่ "คัมป์ นู" ทำให้โอกาสของ "หงส์แดง" ไม่น่าจะมีถึง 1 % ด้วยซ้ำ เนื่องจากทีมที่เขาจะต้องชนะให้ได้ด้วยความห่าง 4 ประตู คือ บาร์เซโลนา โคตรทีมอันดับต้นๆของโลกหรือที่หลายคนเรียกว่า "ทีมต่างดาว" เพราะระดมไปด้วยแข้งอย่าง เมสซี่ , ซัวเรส , คูตินโญ่ ฯลฯ ประกอบกับ ลิเวอร์พูลไม่มี ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน่ ดาวเตะตัวฉกาจของทีม ทำให้ต้องใช้แข้งอย่าง ดิว็อค โอริกี เป็นตัวความหวัง แต่นักเตะนอกสายตาคนนี้ก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง เขาทำ 2 ประตู ร่วมกับ จีนี่ ไวนัลดุมจ์ พาทีมเอาชนะ บาร์ซ่า ไป 4-0 แบบช็อคกว่าทุกคู่ที่กล่าวมาทั้งหมด เข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก นับว่าเป็นความประทับใจของ "เดอะ ค็อป" ทั้งโลก แบบคุยกันไปอีก 10 ปี 20 ปี ก็ไม่มีวันลืมเลยทีเดียว 


เป็นไงบ้างคับกับ 5 แมตช์สุดดราม่า มหัศจรรย์ อลังการงานสร้างที่เราจัดมาให้แฟนๆได้ทบทวนความจำกันอีกครั้ง ใครชอบนัดไหน ก็คอมเม้นบอกทีมงานด้วยนะคร้าบบบ แล้วพบกันรอบชิงชนะเลิศ สวัสดีครับ



                                                                                                                                            NickyMAN