2
shared

เลาะรั้วลีกยุโรป : "ค่ำคืนมหัศจรรย์ที่แอนฟิลด์"

8 พฤษภาคม 2562 14:40 533
TNNSPORTS พาดื่มด่ำค่ำคืนมหัศจรรย์ที่ "แอนฟิลด์" ในเกมที่ ลิเวอร์พูล พลิกชะตาฟ้าลิขิต เอาชนะ บาร์เซโลนา 4-0 ผ่านเขิงชิงฯได้สำเร็จ

จบลงไปแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศคู่แรก ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ บาร์เซโลนา และแล้วสิ่งที่มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ มันกลับเกิดขึ้นแล้วครับท่านผู้ชม เมื่อ "หงส์แดง" โกงความตายสร้างโลกขึ้นมาอีกใบ ด้วยการเปิดบ้านถล่มเอาชนะ บาร์ซ่าถึง 4-0 พลิกแผ่นดินเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ หลังนัดแรกบุกไปแพ้ที่ "คัมป์ นู" มาก่อน 0-3




การบุกไปพ่ายมาก่อนยับเยินในนัดแรก ทำให้ผมเปรียบ ลิเวอร์พูล เหมือนผู้ป่วยคนนึงที่อาการสาหัสนอนอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาล มีชีวิตอยู่รอดด้วยเครื่องช่วยหายใจ ถอดออกเมื่อไร ตายเมื่อนั้น สถานะคือเพียงรอญาติมาร่ำลา เพื่อสั่งเสียแล้วถอดสายเพื่อให้จากไปแบบสงบเท่านั้น 


แต่คุณเชื่อเรื่อง "ปาฏิหารย์" ไหม ความหมายของคำนี้ คือสิ่งที่มันไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้แต่มันก็เกิด ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ มันคือ 1-5 จาก 100 % เพียงเท่านั้น แต่ทีมที่ชื่อ ลิเวอร์พูล ก็ได้แสดงให้เห็นแล้ว ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาเปิดรัง เอาชนะ โคตรทีมจากสเปน 4-0 รวมผลสองนัด ชนะ 4-3 ผ่านเข้าไปยืนรอชิงชนะเลิศ พบผู้ชนะระหว่าง อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ สเปอร์ส ได้สำเร็จ



แมตช์นี้ เชื่อว่าก่อนเกมแฟนบอล "หงส์แดง" หลายคนคงจะไม่รอรับชม เนื่องจากเป็นวันที่พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน สกอร์ในเกมแรกคงไม่ต้องลุ้นแล้ว มิหนำซ้ำทีมไม่มี โม ซาลาห์ และ โรเเบร์โต้ ฟีร์มิโน่ สองดาวยิงตัวฉกาจ ทำให้มันมองไม่เห็นทางที่จะชนะได้เลย ความหวังต้องตกไปอยู่ที่ เดอะแบก อย่าง ซาดิโอ มาเน่ และ ดิว็อค โอริกี แต่นักเตะอย่างโอริกี แสดงให้เห็นแล้วว่าปีนี้ เขาเป็นปัจจัยเอ็กซ์ ของทีมอย่างแท้จริง เคยลงมากยิงประตูชัยในนาทีสุดท้ายในเกมพบเอฟเวอร์ตัน ยิงนิวคาสเซิล ก่อนหมดเวลา 6 นาที ในเกมลีกนัดล่าสุด จนทำให้ทีมยังมีลุ้นแชมป์ในลีกจนนัดสุดท้าย


ใครจะไปเชื่อ ว่าเกมกับบาร์โซโลนา ดาวเตะที่เหมือนส่วนเกินของทีมมาตลอดอย่าง โอริกี จะทำ 2 ประตู และทำประตูสำคัญในลูกที่ 4 ซึ่งเป็นประตูชัย ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย พาทีมเข้าชิงชนะเลิศได้แบบปาฏิหารย์ แต่จะชมแต่ตัวเขาก็ไม่ได้ เกมนี้ทุกคนสุดยอดทั้ง 11 คนที่ลงสนาม อลิสซอน เบ็คเกอร์ เซฟแบบสุดยอดหลายช็อต , แนวรับเล่นดีมากทั้ง มาติป และ ฟานไดค์  แดนกลางทั้ง เฮนเดอร์สัน , ฟาบินโญ่ ก้สามารถบดกับ บุสเก็ตส์ , วิดาล และ ราคิติช ได้อย่างไม่เป็นรอง รวมถึง จีนี่ ไวนัลดุมจ์ ที่ลงสนามมาในช่วงต้นครึ่งหลัง เป็นคนที่สร้างความหวังของทีมอย่างแท้จริงจากการยิงประตูที่ 2 และ 3 จนทำให้ทีมกลับมาได้ในที่สุด


ก่อนเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมบอกว่า ขอเพียงแค่โชคเท่านั้นในกมนี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะพลิกสถานการณ์ได้ แต่มันกลับเกิดขึ้น ต้องยอมรับในความสุดยอดของเขาด้วย ที่ปลุกผีลูกทีมขึ้นมาจนทำให้มีวันนี้ได้ เกมนี้จะว่าไปมันคล้ายๆกับ ปาฏิหารย์ ISTANBUL 2005 ก็ว่าได้ แต่วันนั้นพวกเขาใช้เวล่แค่ 25 นาที ตีเสมอ เอซี มิลาน จากการตามหลัง 0-3 ในครึ่งเวลาแรก กลับมาเสมอ แล้วไปดวลจุดโทษชนะในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้ 



ก็คงต้องขอคารวะกับลิเวอร์พูลจริงๆ ที่สามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้ อย่างน้อยๆปีนี้พวกเขาก็มีลุ้นเต็มตัวคือแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรป ส่วนในพรีเมียร์ ลีก ก็ยังได้ลุ้นจนนัดสุดท้าย แม้มันจะมีโอกาสน้อยก็ตาม เพราะต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจด้วย แต่ถ้าคุณยังมีศรัทธา ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ โชคดี



                                                                                                                                        NickyMAN