1
shared

Mercedes-Benz เปิดตัวยนตรกรรมสมรรถนะสูงตระกูล AMG 5 รุ่น

3 พฤษภาคม 2562 09:23 49
ตอกย้ำความหรูและแรงด้วย 5 รุ่นใหม่ ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ทั้ง CBU และ CKD

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างสีสันให้กับวงการรถหรูอีกครั้ง โดยเปิดตัวรถสมรรถนะสูง 5 รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG หวังเอาใจคนรักความเร็วและแรงโดยเฉพาะ ได้แก่ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Mercedes-AMG G 63 พร้อมด้วย 2 รุ่นประกอบในประเทศไทย Mercedes-AMG C 43 4MATIC และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ ที่อัดด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และรูปร่างที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจะยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่รถสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น


มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่แบรนด์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตระดับแถวหน้า มีความโดดเด่นทั้งด้านมอเตอร์สปอร์ตและด้านการพัฒนารถยนต์อันมีเอกลักษณ์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ได้เติบโตขึ้น และมีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างมากมาย โดยยังคงยึดถือหลักการสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถ ‘ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ หรือ Driving Performance’ เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ พร้อมส่งมอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และเต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมเพื่อมอบความเร้าอารมณ์ให้กับทุกการขับขี่ให้กับผู้ใช้รถอยู่เสมอ


นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังพร้อมจัดกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AMG Private Lounge คอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ AMG Driving Academy ที่จะจัดขึ้นเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ 

Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé  


2 สมาชิกใหม่ของรถยนต์ตระกูล AMG GT พัฒนาขึ้นตามแนวคิด “ชีวิตคือการแข่งขัน-Life is a race” และเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นแรกที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาเองทุกกระบวนการ


ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่มีรากฐานมาจากตระกูล SLS และ AMG GT โดยกระจังหน้าเป็นแบบ AMG-Specific radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, Aerofoil ที่สามารถยืดและหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มีหลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า อีกทั้งยังมีดิสก์เบรก AMG high-performance ท่อไอเสียคู่แบบ Two round twin tailpipe เฉพาะของ AMG และล้อแม็ก AMG น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว 5 ก้านคู่


ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมหน้าจอแบบ Widescreen cockpit  ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจอ ที่ผสานกับระบบ MB Audio 20 ฟังก์ชัน, พวงมาลัยแบบ AMG Performance สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง NAPPA และ Touchpad แบบใหม่ และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system โดย Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมเบาะด้านหลังแบบ 3 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA microfibre ในขณะที่ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมเบาะนั่งด้านหน้า แบบ AMG Performance Seats เบาะด้านหลังตกแต่งด้วยหนังสุดหรูระดับไฮ-คลาส

นวัตกรรมและเทคโนโลยีของ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมกับระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ และยังสามารถสร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ช่วยรักษาความสมดุลและเสถียรภาพของรถในทุกสภาพถนน ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ ที่ใช้ระบบ ADS+ สามารถปรับได้ 3 ระดับตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน, ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่สามารถปรับได้ 3 โหมด คือ Sport, Sport+ และ Individual และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ที่มาพร้อมกับกล้อง 360 องศา

Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 BITURBO ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 639 แรงม้า และมาพร้อมกับระบบควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลัง (AMG Rear Axle Steering) AMG DYNAMIC PLUS package ที่ช่วยเสริมพลศาสตร์ยานยนต์และลักษณะรถยนต์แบบสปอร์ต นอกจากยางรองแท่นเครื่องยนต์และที่ยึดเกียร์แบบไดนามิกแล้ว แพ็กเกจดังกล่าวยังมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ปรับให้แน่นขึ้น รวมถึงระบบบังคับเลี้ยวแบบพิเศษด้วย

ระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9 จังหวะ มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุด ซึ่งทำให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในโหมด Sport+ และโหมดกำหนดเอง

รุ่น Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+  4-Door Coupé เครื่องยนต์ เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง 2,999 (ซีซี) 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที) อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม. 4.5 (วินาที)ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 285 กม./ชม. ราคา 9,990,000 บาท

รุ่น Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ เครื่องยนต์ เบนซิน V8 สูบ 3,982  (ซีซี) 639 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม. 3.2 (วินาที) ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 315 กม./ชม. ราคา 14,990,000 บาท

 Mercedes-AMG G 63


การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรถยนต์ G-Class ในตระกูล Mercedes-AMG โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ และสถานะการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูแบบออฟโร้ด ดีไซน์ภายนอก Mercedes-AMG G 63 ได้รับการออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เอเอ็มจี ไฟหน้าทรงกลมที่ใช้ระบบ MULTIBEAM LED เทคโนโลยีขั้นสูง ไฟเลี้ยวแบบเชื่อมเข้ากับตัวถัง กันชนเสริมดุดันเข้ากับแถบสีดำเงา และสัญลักษณ์เอเอ็มจีสีเงิน กระจังและกันชนหน้าของเอเอ็มจีมีท่อรับอากาศด้านข้างและเก็บขอบเป็นสีเงินอิริเดียม ในขณะที่สปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และประตูใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า


ส่วนหลังคาของรถยังเชื่อมต่อกับโครงสร้างตัวถัง ด้วยกระบวนการเชื่อมโดยใช้แสงเลเซอร์แทนที่การเชื่อมแบบอัด ซึ่งช่วยให้ส่วนหลังคาเรียบเนียนและแข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมทั้งยังมีการเชื่อมหน้าต่างเข้ากับตัวถังโดยตรงเป็นครั้งแรกเพื่อให้ตัวถังแข็งแกร่งขึ้น ลดการสึกกร่อนของกรอบหน้าต่างด้วย ด้านท้ายมีที่แขวนยางอะไหล่ด้านหลังพร้อมฝาปิดที่ทำจากสแตนเลส ประทับด้วยตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบ 3 มิติ โครงสร้างตัวถังทรงสี่เหลี่ยมที่ใช้เหล็กกล้าหลากหลายระดับ ทนทานและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าถึง 55% ล้อแม็ก AMG ขนาด 21 นิ้ว 5 ก้านคู่


ภายในห้องโดยสารตกแต่งใหม่ ทันสมัยและใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ยาวกว่าเดิม 101 มม. กว้างขึ้น 121 มม. และสูงกว่าเดิม 40 มม. มาพร้อมหน้าปัดนาฬิกาแบบ IWC แบบเฉพาะของ AMG และแผงหน้าปัดทั้งแบบ Analog และแบบดิจิทัลที่ใช้หน้าจอ Widescreen ขนาด 12.3 นิ้ว 2 หน้าจอ เชื่อมต่อกันในกระจกขนาดใหญ่ สามารถแสดงผลได้ 3 แบบคือ Classic, Sporty และ Progressive และแสดงภาพด้วยระบบ COMAND Online บนจอแสดงผล

พวงมาลัย AMG Performance แบบท้ายตัดหุ้มหนัง NAPPA ตัดสลับ DINAMICA Microfibre ช่องลมของเครื่องปรับอากาศออกแบบให้เป็นทรงกลม เพื่อรับกับไฟหน้าและชุดไฟแสดงสถานะของรถบนแผงคอนโซล เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มหนัง NAPPA และปีกเบาะปีกเบาะเสริมการปกป้องด้านข้างของผู้โดยสาร สามารถจดจำการปรับตั้งค่าเบาะที่นั่ง และระบบอุ่นเบาะสำหรับทุกตำแหน่ง เบาะหลังสามารถพับลงได้ 3 ตอน คือ 40%, 60% และ 100% อีกทั้งยังติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system และระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำหน้าที่การกระจายกำลังไปยังล้อคู่หลังแบบ 40:60, ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL สามารถปรับได้ตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยระบบจะอ้างอิงข้อมูลต่างๆ เช่นทิศทางและความเร็วของรถ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ 3 โหมด คือ Comfort, Sport, และ Sport+,  ระบบ Active Lane Keeping Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนช่องจราจรโดยไม่ได้ตั้งใจ

Mercedes-AMG G 63 มีอัตราการใช้พลังงานแบบผสมที่ 13.1 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร (7.6 กม./ลิตร) อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมที่ 299 กรัม/กิโลเมตร มาพร้อมกับ ระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-speed Sport ที่มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุด ช่วยให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในโหมด Sport+ และโหมดกำหนดเอง

รุ่น Mercedes-AMG G 63  เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ 3,982  (ซีซี) 858 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 2,500-3,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม. 4.5 (วินาที) ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 220 กม./ชม. ราคา 14,790,000 บาท

Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศ (CKD)


รถยนต์กลุ่ม C-Class เป็นกลุ่มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดย C 43 มีการปรับโฉมในทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะขับขี่ตามสไตล์เอเอ็มจี ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าเอเอ็มจีก้านคู่ตกแต่งด้วยสีเงินแบบด้าน ฝากระโปรงหน้าปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ให้สวยงามกว่าเดิม สเกิร์ตข้างดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับล้อแม็กน้ำหนักเบาลาย 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว โดยช่องลมและองศาก้านล้อได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียดในอุโมงค์ลม เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาล้อแม็กนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักรถและความร้อนที่ระบบเบรกที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงาน ฝากระโปรงหลังยังมาพร้อมกับโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ดูสะดุดตา รวมถึงดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถ พร้อมท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ แบบ Two round twin tailpipe look

มาพร้อมกับประตูแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง ตกแต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง) เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam สามารถปรับความสว่างและความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า


ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมชุดเบาะนั่ง AMG Sport Seats หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA สามารถอุ่นเบาะได้ 3 ระดับ ส่วนแผงหน้าปัดเป็นแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว มีโหมดการแสดงผล 3 รูปแบบ คือ Classic, Sporty และ Progressive ส่วนดีไซน์พวงมาลัย 3 ก้านท้ายตัดแบบ AMG Performance Steering Wheel หุ้มด้วยหนัง NAPPA คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะและรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา และ Touchpad 2 ข้าง ที่คอพวงมาลัยซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นนี้ โดยด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงหน้าปัดและ Cruise Control ด้านขวาควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบโทรศัพท์ ระบบสั่งการด้วยเสียง หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay™ ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Audio 20 GPS พร้อม Touchpad และ Controller พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® ตกแต่งภายในด้วย AMG Matt Silver Glass-Fibre

Mercedes-AMG C 43 4MATIC เครื่องยนต์เบนซิน V 6 สูบ 2,996 (ซีซี) 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม.ใน 4.7 (วินาที) ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม./ชม. ราคา 4,310,000 บาท

 Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ (CKD)


ดีไซน์ภายนอกออกแบบให้สะท้อนสมรรถนะ ผ่านรูปลักษณ์และลายเส้นด้านข้างที่ดูทรงพลัง ฝากระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม พร้อมไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้าย LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ท่อไอเสียAMG Sport exhaust system ปลายท่อคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบน ฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip ปลายสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ ล้อแม็ก AMG ลาย 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว


ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Metal-weave และ Piano Black เบาะนั่งหุ้มด้วย ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre พร้อมตราสัญลักษณ์เอเอ็มจี ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง NAPPA ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre สามารถปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว ระบบมัลติมีเดียเป็นจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system รวมถึงระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี

ด้านความปลอดภัย ติดตั้งระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ในรถยนต์รุ่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยในการออกตัวรถ และควบคุมการทำงานของระบบไฮบริด ระบบปรับรูปแบบการขับขี่แบบ AMG DYNAMIC SELECT โดยผู้ขับสามารถเลือกใช้โหมดได้เอง เปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System)

ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ ระบบตรวจเช็คลมยาง (Tyre pressure monitoring system) รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension และยังมีนวัตกรรมใหม่ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศนี้ เช่น ระบบเตรียมความพร้อมของรถยนต์ ระบบเช็คสภาพรถยนต์ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ทางไกล ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบ Communication module (LTE) เพื่อเชื่อมต่อกับบริการ Mercedes me connect

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ เครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 6 สูบ 2,999 (ซีซี) 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 520  นิวตันเมตร ที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 250 กม./ชม. ราคา 5,260,000 บาท