2
shared

จับแก๊งค้ายานรก ยึดของกลางกว่า6ล้านเม็ด

30 เมษายน 2562 15:36 294
ตร.แถลงจับกระบวนการขนยาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลางกว่า 6 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 400 กิโลกรัม

วันนี้( 30 เม.ย.62) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลงานของตำรวจนครบาลโชคชัยสามารถตรวจยึดยาบ้าและยาไอซ์จำนวนมากจาก นายอฐิษฐ์ หรือ เอ็ม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 29 เม.ย ที่ผ่านมาขณะที่ตำรวจจราจร สน.โชคชัย ได้ตั้งด่านตรวจกวดขันการแข่งรถ บริเวณถนนประดิษฐมนูธรรมฝั่งขาเข้า เลียบด่วนรามอินทรา หน้าศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง

โดยผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแจ๊ส สีบรอน์เทา ทะเบียน กฉ 9576 พิษณุโลก ลักษณะพิธุร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเข้าตรวจค้นพบยาเสพติดเป็นยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด และยา ไอซ์ 5 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายในรถจึงได้ควบคุมตัว นายอฐิษฐ์ มาทำการสืบสวนขยายผลและได้นำตัวไปไปตรวจค้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งภายในซอยมหาดไทยพบยาบ้าอีกจำนวน 253,000 เม็ด ต่อมาผู้ต้องหาให้การว่าได้รับยาเสพติด มาจากรถกระบะชึ่งจอดทิ้งไว้บริเวณริมถนน สายเอเซียหน้าโรงพยาบาลพีรเวชต.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้พาผู้ต้องหาเดินทางไปตรวจสอบพบของกลางเป็นยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 444 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีเทา ทะเบียน ผฉ 8241 เชียงใหม่ จึงได้นำของกลางพร้อมกับผู้ต้องหามาทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระบวนการและแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายส่งพนักงานสอบ สน.โชคชัย



พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าจากการสอบสวนนายอฐิษฐ์ รับสารภาพว่าได้รับจ้างขนยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือโดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 200,000 บาท ทำมาแล้ว 20 ครั้ง ซึ่งจะคอยรับคำสั่งจากผู้บงการในการขนยาเสพติดในแต่ละครั้งว่าจะให้ไปส่งที่ไหนสำหรับเครือข่ายนี้มีผู้ร่วมกระบวนการจำนวน 4 คน หลังจากนี้จะทำการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์  เปิดเผย กรณีการปรามปราบเงินกู้นอกระบบว่า โดยปกติแล้วจะมีชุดในการสืบสวนติดตามอยู่แล้วโดยเฉพาะผู้ที่ใช้อิทธิพลข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงโดยได้กำชับว่าถ้าเข้าข่ายในการยึดทรัพย์ใน 16 มูลฐานความผิดให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ในส่วนของผู้ที่เป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบทางตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้วแต่ไม่สามรถจะเปิดเผยได้เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนโดยปกติแล้วในพื้นที่นครบาลจะมีความรุนแรงที่น้อยแต่ไม่ใช่ไม่มีโดยมีการประสานกับศูนย์ที่รับผิดชอบอยู่ตลอดและฝากบอกถึงคนที่ไปเป็นลูกหนี้ที่ไปกู้เงินมาแล้วถูกข่มขู่หรือคิดว่ารับไม่ไหวให้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบอกกับญาติพี่น้องให้มาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลาเพราะทุกพื้นที่ได้มีมาตราการสำหรับเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว



ส่วนความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายชิงนาฬิกามูลค่ากว่า 5 ล้านบาทจากนักธุรกิจโรงเหล็กในพื้นที่สน.สุทธิสารว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ในที่เกิดเหตุขณะนี้พบว่า ยังไม่เห็นใบหน้าของคนร้ายอย่างชัดเจน เห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนและมุมกล้องไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน ทำให้ขนาดนี้ยังไม่สามารถระบุตัวตนของคนร้ายได้ว่าเป็นใคร ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพหรือเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีคนร้ายรายใดที่มีพฤติการณ์ตรงกับคดีนี้ แต่คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานก็จะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้