3
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 15 ลิเวอร์พูล พบ เวสต์บรอมวิช

28 ธันวาคม 2563 04:06 117
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 15 ลิเวอร์พูล พบ เวสต์บรอมวิช

มาเน่ ซัดให้ ลิเวอร์พูล นำก่อน แต่จบไม่ลงโดน อาจายี่ โขกพา เวสต์บรอมวิช บุกตีเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ "หงส์แดง" ยังคงนำฝูง แต่ทิ้งห่าง เอฟเวอร์ตัน เพียงแค่ 3 แต้ม ด้าน "เดอะ แบ๊กกี้ส์" อยู่รองบ๊วย มี 8 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก ในวันอาทิตย์ที่ 27 ธ.ค.63



ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 15 ของฤดูกาล ที่สนาม แอนฟิลด์ เป็นการพบกันของ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ลงทำการแข่งขัน คืนวันอาทิตย์ ที่ 27 ธ.ค. 63 เวลา 23.30 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมพยายามต่อบอลเพื่อลุ้นทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดมีจังหวะแบบจะแจ้ง เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที ลิเวอร์พูล ยังเสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0

นาทีที่ 12 เจ้าบ้านเซ็ตเกมหาช่อง ก่อนที่ โฌเอล มาติป จะหยอดขึ้นหน้าไปถึง ซาดิโอ มาเน่ ได้พักอกแล้วซัดด้วยขวา ส่งบอลเข้าประตู พา ลิเวอร์พูล ออกนำ เวสต์บรอมวิช 1-0 

ต่อมาในนาทีที่ 21 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้น จากจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดเข้าไป แล้วเป็น ซาดิโอ มาเน่ ได้พุ่งโหม่ง แต่บอลไม่ตรงกรอบ เฉี่ยวเสาแรกออกหลังไป

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นยังคงบุกต่อ โดย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด จ่ายเลียดเข้าไปหน้าปากประตู แล้วเป็น ซาดิโอ มาเน่ พยายามจิ้มบอล แต่โดนผู้เล่น เวสต์บรอมวิช เบียดเอาไว้ ทำให้เล่นไม่ถนัด ถูกสกัดเอาไว้ได้ก่อน

จากนั้นในนาทีที่ 28 ลิเวอร์พูลพยายามเคาะหาช่อง แต่ก็ยังเจาะลำบาก จน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ต้องลองซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลแฉลบผู้เล่น เวสต์บรอมวิช หลุดหลังไป

นาทีที่ 34 เจ้าบ้านได้ลูกฟรีคิก เปิดโดย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โยนเข้าไป ก่อนโดนผู้เล่น เวสต์บรอมวิช โหม่งสกัดออกมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จับแล้วยิงด้วยซ้าย แต่ก็โด่งเหินข้ามคานออกไปอีก

ถัดมาในนาทีที่ 43 ลิเวอร์พูล มีโอกาส จากจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสบอลเข้าไป แล้วเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้โหม่ง แต่ก็ยังบังคับให้เข้ากรอบไม่ได้ หลังจากนั้นไม่มีจังหวะจะแจ้งอะไร หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ เวสต์บรอมวิช 1-0


ครึ่งเวลาหลัง

กลับมาสู่เกมครึ่งหลัง ในนาทีที่ 47 เจ้าบ้าน ได้ลุ้น จากการที่ จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม เก็บบอลมาเล่นได้ แล้วแตะชงให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ง้างเท้าซัดไกล บอลติดไซด์ก้อยโค้งออกนอกกรอบไป

นาทีที่ 51 เวสต์บรอมวิช มีโอกาสบ้าง จากการทำเกมรุกขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนที่ ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง จะเปิดเข้าไปถึง คาร์ลาน แกรนท์ ได้พักอกเอาบอลลงแล้วซัด แต่น้ำหนักเบาเกินไป ไม่ผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ รับเอาไว้ได้ แบบสบายๆ

ต่อมาในนาทีที่ 66 เจ้าบ้านเปิดเกมบุก ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ จะเปิดไปติดบล็อก บอลกระดอนมาเข้าทาง จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม ครอสเข้าไปใหม่ถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้โขก แต่ก็ยังกดไม่ลง เหินข้ามคานออกหลังไปอีกครั้ง

จากนั้นในนาทีที่ 72 ทีมเยือนสวนเร็ว โดย โรเมน ซอว์เยอร์ส วางบอลยาวขึ้นไปให้กับ คาร์ลาน แกรนท์ วิ่งหลุดเดี่ยว ก่อนที่จะง้างเท้ายิง แต่ไปติดบล็อก อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ทำให้ เวสต์บรอมวิช ชวดโอกาสตามตีเสมออย่างย่าเสียดาย

นาทีที่ 82 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม ซึ่งเล่นกันสั้นๆ ก่อนที่ มาเตอุส เปไรร่า จะโยนเข้าไป แล้วเป็น ซามี่ อาจายี่ ขึ้นโขก ส่งบอลชนเสาเข้าประตูไป ช่วยให้ เวสต์บรอมวิช ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

ต่อมาในนาทีที่ 90 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้เปิดครอสเข้าไปให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทางเสาไกล ก่อนจะโหม่งกดบอลลงพื้น แต่ แซม จอห์นสโตน พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ลิเวอร์พูล อดได้ประตูที่สอง

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้ "หงส์แดง" ยังคงนำเป็นจ่าฝูง เก็บได้ 32 คะแนน ทิ้งระยะห่าง เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 2 ออกไปเป็น 3 แต้ม ด้าน "เดอะ แบ๊กกี้ส์" อยู่รองบ๊วยตาราง มี 8 คะแนน


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติป (รีห์ส วิลเลียมส์ น.60), ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; เคอร์ติส โจนส์ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.83), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.90), ซาดิโอ มาเน่

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ระบบ (4-1-4-1) : แซม จอห์นสโตน ; ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง, ซามี่ อาจายี่, ดาร่า โอเชีย, คีแรน กิ๊บบ์ส ; โรเมน ซอว์เยอร์ส ; แมตต์ ฟิลลิปส์, คัลลั่ม โรบินสัน  (มาเตอุส เปไรร่า น.73), คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.90+1), เกรดี้ เดียนกาน่า ; คาร์ลาน แกรนท์ (ชาร์ลี ออสติน น.79)


ไฮไลท์การแข่งขัน