10
shared

โควิดระบาดถ่วงตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า

27 ธันวาคม 2563 14:58 1079
โควิดระบาดถ่วงตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า

เกาะติด 3 ปัจจัยในประเทศชี้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า โบรกมองแนวโน้มผันผวนหากผู้ติดเชื้อเพิ่มไม่หยุด แนะลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูง



 นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส  เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ปัจจัยที่ติดตามในประเทศมี 3 ปัจจัยหลักคือ 1.การแพร่ระบาดโควิดในประเทศว่ากระจายเป็นวงกว้างจนทำให้มีการล็อกดาวน์จังหวัดเพิ่มเติมหรือไม่นอกเหนือจากจ.สมุทรสาคร  2.การประชุมครม. เนื่องจากมีข่าวว่านายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอโครงการเที่ยวไทย  วัยเก๋าให้ที่ประชุมพิจารณาวงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็น sentiment เชิงบวกเล็กน้อยต่อตลาดหุ้น

3.การรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนพ.ย.ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่าจะออกมาอย่างไร หลังจากที่ตัวเลขส่งออกในเดือนพ.ย.ฟื้นตัวดีขึ้นขณะที่ต่างประเทศส่วนใหญ่ตลาดปิด เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่วนจีนติดตามการประกาศตัวเลขภาคการผลิต PMI ในวันที่ 30 ธ.ค.นี้

"ตลาดหุ้นไทยเหลือเวลาเปิดทำการ 3 วัน โดยเน้นปัจจัยในประเทศมากกว่าต่างประเทศ ซึ่งหากโควิดแพร่ระบาดและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อดัชนี" 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำหุ้น PTT เนื่องจากราคาน้ำมันปรับขึ้นเหนือ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาหุ้นยังแลกการ์ด คาดว่าให้ผลตอบแทน 7% คาดราคาเป้าหมายอยู่ที่ 45 บาท/หุ้น มี Upside ประมาณ 5.3% ถัดมาเป็นหุ้น AP (FV @ 8.35) Backlog ถึงสิ้น ต.ค. 63 รวม 4 หมื่นล้านบาท  แบ่งเป็นของบริษัทเอง 1.27 หมื่นล้านบาท

ซึ่งมีกำหนดส่งมอบ 4Q63 ราว 7.4 พันล้านบาท นับว่ารองรับเป้าโอนฯ ของฝ่ายวิจัยปีนี้ 98% เมื่อบวกกับส่วนเพิ่มเติมจากการขายโครงการแนวราบใหม่ที่จะเปิดขายช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และสต๊อกคอนโดฯเดิม ทำให้ประมาณการยอดโอนฯ ปีนี้น่าบรรลุได้ไม่ยาก คาดกำไรปกติปี 63 ที่ระดับ 4.06 พันล้านบาท ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัท และเติบโต 34% yoy มี Upside สูงเกิน 10% พร้อมคาดเงินปันผลระดับกว่า 6-7% (จ่ายปีละครั้ง) ถือเป็นโอกาสสะสม

ปิดท้ายที่หุ้น GULF  เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนในปีหน้า   จากโครงการใหม่ๆที่เตรียมทยอย COD ตามแผนรวม 1,382 เมกะวัตต์,การรับรู้กำไรจากโครงการ GCG และ Borkum เต็มปี และรายได้จากปันผล INTUCH ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น 10 %  คาดแนวโน้นกำไรสุทธิปี  64 เติบโตก้าวกระโดดกว่า 94%YoY (มากกว่าการเติบโตของ SET Index) ขึ้นทำระดับสูงสุงใหม่ของปี  ขณะที่มูลค่าทางพื้นฐานอยู่ที่ 38 บาท มี Upside สูงเกิน 10% ถือเป็นโอกาสสะสม ส่วนกรอบการลงทุนประเมินแนวรับที่ 1,440 จุด แนวต้านที่ 1,500 จุด 



เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE