0
shared

ดันมาตรการพยุงเศรษฐกิจอุดช่องโหว่ช่วงรอยต่อรัฐบาล

27 เมษายน 2562 13:00 46
ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ สร้างความกังวลให้กับประชาชนและนักลงทุน ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจของประเทศในช่วงไตรมาส 2 และ 3 จะมีอัตราการเติบโตต่ำ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทยตกอยู่ในภาวะ"ตกท้องช้าง"


ตัวเลขการส่งออกของไทยไตรมาสแรกที่ติดลบ 1.64 % ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าอาจติดลบต่อเนื่องในไตรมาส 2 เพราะผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จนมีผลให้ภาพรวมการส่งออกทั้งปีนี้ของไทยเติบโตได้แค่กว่า 3% ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีไทยทั้งปีอาจเติบโตต่ำกว่าประมาณการณ์ที่ 3.8 % นับเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับธนาคารโลก หรือเวิร์ลแบงก์ ซึ่งได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีไทยลงจาก 3.9 % เหลือ  3.8 % แล้ว เมื่อรวมกับปัจจัยการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC ที่ล่าช้ากว่าแผนถึง 2 เดือน จึงกดดันให้รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องเร่งหามาตรการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาบริหารงาน


โดยคาดว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ กระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานที่รับหน้าที่ศึกษาจะเสนอขอใช้งบประมาณกลางของปี 2562 กว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งมาตรการลดภาระด้านการศึกษาในช่วงเปิดเทอมซึ่งจะเปิดโอกาสให้สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้  มาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ด้วยการเติมเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม มาตรการส่งเสริมด้านการลงทุน ที่สามารถนำมาหักภาษีได้ 1.5-2 เท่า และมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่จะลดค่าธรรมเนียมต่างๆ และเพิ่มค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน ตลอดจนการเปิดโอกาสให้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้สิทธิพิเศษผู้ที่ต้องการเรียนหลักสูตรในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย


“ยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ช่วยเปย์ เมืองรอง” ถือเป็นหนึ่งในมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายซื้อสินค้า E-Payment ในเมืองรอง 55 จังหวัด โดยคนไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น และขอใช้ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับเงินที่รัฐบาลจะเติมเงินให้คนละ 1,500 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการนี้ถึง 10 ล้านคน  


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. มองว่าที่ผ่านมาภาครัฐใช้รูปแบบการกระตุ้น ด้วยมาตรการทางภาษีซึ่งได้ผลดีทำให้เกิดการใช้จ่าย ดังนั้นหากภาครัฐออกมาตรการช่วงนี้ก็จะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งปกติเป็นช่วงโลว์ซีซัน ให้ฟื้นกลับมาช่วยภาพรวม GDP ของประเทศขยับขึ้นได้


อย่างไรก็ตามคงต้องจับตากันต่อไปว่า ผลของมาตรการจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นได้หรือไม่ เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ตามแผนต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก