1
shared

วิจัยกัญชาทางการแพทย์ เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

27 เมษายน 2562 09:22 100
เวทีสัมมนา "มองกัญชาให้รอบด้าน" เพื่อแลกเปลี่ยน มุมมองและแนวคิด เกี่ยวกับกัญชา นักวิชาการระบุ ต้องเข้มงวด และมีมาตรฐานในการผลิต รวมถึงการนำกัญชาไปใช้ให้ถูกกับอาการป่วย ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์


หลังการนิรโทษกรรมกัญชาเพื่อวิจัยและใช้ในทางการแพทย์ นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศไทยจุดหนึ่ง ที่หลายหน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องต่างต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมในทางปฏิบัติ


เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า แม้การจะมีการผ่อนปรนให้สามารถใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย แต่ยังถือเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย และถึงแม้หลายภาคส่วนจะเห็นตรงกันว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ต้องควบคุมการใช้ เพราะมีกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจบางกลุ่มที่พยายามจะนำกัญชามาสกัด แปรรูปต่างๆ เช่น ทำเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพข หรือนำไปสนับสนุนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานสันทนาการ ซึ่งถือว่าไม่อยู่ในกรอบของกฎหมาย และไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการจะได้รับอนุญาตปลูก ผลิต นำเข้า หรือส่งออก กัญชา ผู้ขออนุญาตต้องเข้าร่วมการวิจัยกับภาครัฐ


สอดคล้องกับความเห็นของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มองว่า หลังจากนี้ผู้มีอำนาจทางกฎหมาย ต้องเข้มงวดและมีมาตรฐานในการควบคุมการผลิต และใช้กัญชา เพราะกัญชาเป็นพืชที่ดูดซับสารเคมีได้ดี หากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ปราศจากความรู้ ความเชี่ยวชาญ จะทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ได้


เช่นเดียวกับ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เห็นด้วยกับการใช้กัญชาในการรักษาโรค แต่ขั้นตอน แพทย์ต้องระบุสาเหตุของโรคให้ได้ว่าเกิดจากอะไร เพื่อจะเลือกใช้สารที่สกัดจากกัญชาในการรักษาอาการได้ถูก โดยเฉพาะการใช้กับคนไข้ที่ป่วยเกี่ยวกับโรคทางสมอง ต้องประเมินอย่างละเอียดว่าอาการป่วยนั้น เอื้อต่อการใช้กัญชาในการรักษาหรือไม่ และจะรักษาแบบประคับประคอง //บรรเทาอาการ หรือ รักษาให้หายขาด ที่สำคัญต้องกำหนดปริมาณการใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละโรค ซึ่งต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษหรือผลข้างเคียง