3
shared

"ทรัมป์" แนะ รีบฉีดวัคซีน หลังโรคหัดระบาดหนักในสหรัฐ

27 เมษายน 2562 08:25 171
โรคหัดระบาดรุนแรงใน 22 รัฐของสหรัฐ มีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 700 ราย และถูกกักตัวเพื่อควบคุมโรคอีกหลายร้อยคน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แนะนำให้ชาวอเมริกันรีบฉีดวัคซีนป้องกันโรค

วันนี้ (27 เม.ย.62) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศบอกชาวอเมริกันว่า “ต้องฉีดวัคซีน” ขณะที่โรคหัดระบาดอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ โดยเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกทำเนียบขาวว่า การฉีดวัคซีนสำคัญมาก ซึ่งคำเตือนของเขามีขึ้นขณะที่ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาหลายร้อยคนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในลอสแอนเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกกักตัวเนื่องจากหวาดกลัวว่า พวกเขาอาจติดเชื้อโรคหัด ทุกคนที่มีความเสี่ยงติดเชื้อต่างได้รับคำร้องขอให้พักอยู่แต่ในบ้านจนกว่าพวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีภูมิคุ้มกัน


ทางมหาวิทยาลัย University of California หรือยูซีแอลเอ แถลงว่า จนถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่และนักศึกษา 82 คน ที่ยูซีแอลเอ ไม่สามารถแจ้งประวัติการฉีดวัคซีของตัวเองได้ ส่วนที่มหาวิทยาลัย California State University มี 156 คน ไม่สามารถแจ้งประวัติการฉีดวัคซีน และยังคงถูกกักตัวเพื่อควบคุมโรคอยู่ 


ขณะที่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ หรือซีดีซี ของสหรัฐ แถลงว่า มีรายงานพบผู้ติดโรคหัดเกือบ 700 ราย ใน 22 รัฐท่ามกลางการกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้งของโรคร้ายชนิดนี้


ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พูดถึงความเชื่อมโยงของการฉีดวัคซีนกับโรคออทิสซึมในเด็ก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่เกี่ยวกัน หลังยังมีความเชื่อว่า การฉีดวัคซีนในเด็กอาจมีโอกาสทำให้เด็กเรียนรู้ช้า เสี่ยงเป็นออทิสซึม พิการ หรือเสียชีวิตได้ 


ทั้งนี้ อัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ลดลงอย่างต่อเนื่องในสหรัฐ เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองปฏิเสธไม่ยอมให้บุตรหลานฉีด ด้วยเหตุผลด้านความคิดหรือหลักศาสนา อีกทั้งยังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซี” ต่างเชื่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือว่า วัคซีนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคออทิสซึมในเด็ก


ซีดีซี แถลงว่า การระบาดของโรคหัดพุ่งขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ปี 2543 เมื่อโรคนี้ถูกขจัดให้หมดไปจากสหรัฐ