2
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 14 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

21 ธันวาคม 2563 01:56 226
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 14 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

แม็คโทมิเนย์ ควง บรูโน่ ซัดเบิ้ลพา แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 ขึ้นรั้งที่ 3 ของตาราง เก็บได้ 26 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงลิเวอร์พูล 5 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ด้าน "ยูงทอง" อยู่ที่ 14 มี 17 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 20ธ.ค.63



วันนี้ (20 ธ.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 14 ของฤดูกาล ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นการพบกันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ลงทำการแข่งขันเวลา 23.30 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 2 เจ้าบ้านได้โอกาสแรก โดยการฉกบอลมาเล่นได้กลางสนาม ก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะจ่ายให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทางด้านขวา แล้วได้ซัดติดไซด์ก้อย ส่งบอลเข้าไปประตู พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 อย่างรวดเร็ว 

จากนั้นผ่านไปเพียงนาทีเดียว เป็นจังหวะจากลูกทุ่มของเจ้าถิ่น ก่อนที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะไหลบอลทะลุช่องไปให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่วิ่งขึ้นมายิงด้วยเท้าซ้าย ส่งบอลเข้าเสาไกล พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนี ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปเป็น 2-0  

นาทีที่ 8 ทีมเยือนได้ลุ้นบ้าง จากการที่ โรดริโก้ โมเรโน่ จ่ายบอลขึ้นหน้าไปให้ พาทริก แบมฟอร์ด ได้แป แต่เฉี่ยวเสาสองออกหลังไป

ต่อมาในนาทีที่ 19 ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้โอกาส จากจังหวะที่ โรดริโก้ โมเรโน่ ซัดไกล แต่ไปติดบล็อก ก่อนมาเข้าทาง พาทริก แบมฟอร์ด ได้ซัดซ้ำ ส่งบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ทีมเยือนชวดใส่สกอร์

นาทีที่ 20 เจ้าถิ่นตัดบอลจากทีมเยือนแล้วสวนกลับเร็ว ก่อนที่ เฟร็ด จะกระชากบอลขึ้นไป แล้วจะพยายามไหลให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้แตะ ซึ่งเข้าทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่วิ่งเข้ามาซัดด้วยเท้าขวาไม่เหลือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้ง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปเป็น 3-0 

จากนั้นนาทีที่ 25 ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำเกมรุกขึ้นมา โดย มาเตอุสซ์ คลิช เปิดบอลให้ พาทริก แบมฟอร์ด ได้กระโดดโหม่งเน้นๆ ในกอบเขตโทษ แต่โด่งเหินข้ามคานออกไปอีก 

นาทีที่ 34 เป็นจังหวะเตะมุมของทีมเยือน เปิดมาแล้วเป็น สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่โหม่งสกัดบอลมาเข้าทาง ราฟินญ่า ได้ซัด แต่ ดาบิด เด เคอา บล็อกด้วยขาเอาไว้ได้ทัน

จาากนั้นในนาทีที่ 37 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ประตูที่ 4 จากลูกเตะมุม เปิดโดย ลุค ชอว์ โยนเข้าไปถึง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้โหม่งชง แล้วเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่แปจ่อๆ บริเวณเสาสอง ส่งบอลเข้าประตูไป

นาทีที่ 42 เป็นจังหวะเตะมุมของทีมเยือน เปิดโดย ราฟินญ่า โยนเข้าไปถึง เลียม คูเปอร์ ได้ขึ้นโหม่งสบัด บอลลงพื้นเสียบมุมเสาเข้าไป ช่วยให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ตีไข่แตกตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็น 1-4

จากนั้นไม่มีจังหวะจะแจ้ง หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำ ลีดส์ ยูไนเต็ด  4-1


ครึ่งเวลาหลัง

กลับมาสู่เกมครึ่งหลัง ในนาทีที่ 47 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ลุ้น โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลบอลให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้แตะหลบหักเข้าในแล้วยิง แต่เฉี่ยวเสาไกลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 51 ทีมเยือนทำเกมขึ้นมาจากฝั่งขวา ก่อนที่ โรดริโก้ โมเรโน่ จะเปิดหยอดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น ราฟินญ่า ได้กดจ่อๆ แต่ ดาบิด เด เคอา ซูปเปอร์เซฟเอาไว้ได้อย่างหวุดวิด ซึ่งบอลกระดอนไปชนเสาก่อนที่จะเด้งออกหลังไป ทำให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองใส่สกอร์ที่สอง

ต่อมาในนาทีที่ 66 เจ้าบ้านเซตเกมขึ้นมา โดย สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลากเลี้ยงเดี่ยวๆ ล็อกหลบหลอกผู้เล่น ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนจะจ่ายให้ แดเนียล เจมส์ ได้แตะหนี แล้วซัดไม่เหลือ ส่งบอลรอดขา อัลลัน เมสลิเย่ร์ เข้าประตูไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้งห่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-1

นาทีที่ 70 ปาสกาล สตรูจค์ ทำฟาวล์ใส่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษของทีมเจ้าบ้าน แล้วเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงไม่พลาด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6 ลีดส์ ยูไนเต็ด 1

จากนั้นนาทีที่ 74 ราฟินญ่า ไหลบอลให้ สจ๊วร์ต ดัลลัส ดึงเข้าขวาแล้วปั่นโค้งเข้าประตูไป ดาบิด เด เคอา หมดสิทธิ์ป้องกัน ลีดส์ ยูไนเต็ด ตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-6

นาทีที่ 81 ทีมเยือนได้เตะมุม เปิดโดย ราฟินญ่า แล้วเป็น ลุค อายลิ่ง ได้ขึ้นโขก แต่โด่งเหินข้ามคานออกไป

ต่อมาในนาทีที่ 90 ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ ราฟินญ่า จ่ายให้ พาทริก แบมฟอร์ด บอลไปโดนส้นแล้วไปเข้าทาง แจ็ค แฮร์ริสัน ได้ซัด แต่เฉี่ยวเสาออกไป

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 ทำให้ "ปีศาจแดง" ขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตาราง เก็บได้ 26 แต้ม จี้ เลสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 เหลือเพียงคะแนนเดียว และตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 5 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ด้าน "ยูงทอง" อยู่ที่ 14 มี 17 คะแนน


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบบ (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา ; อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ (อเล็กซ์ เตลเลส น.61) ; เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ; แดเนียล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.72), มาร์คัส แรชฟอร์ด (เอดิสัน คาวานี่ น.72) ; อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ลีดส์ ยูไนเต็ด ระบบ (4-1-4-1) : อัลลัน เมสลิเย่ร์ ; สจ๊วร์ต ดัลลัส, ลุค อายลิ่ง, เลียม คูเปอร์ (เลฟ เดวิส น.72), เอซกาน อลิโอสกี้ ; คัลวิน ฟิลลิปส์ (ปาสกาล สตรูจค์ น.46) ; ราฟินญ่า, โรดริโก้ โมเรโน่, มาเตอุสซ์ คลิช (เจมี่ แชคเคิลตัน น.46), แจ็ค แฮร์ริสัน ; พาทริก แบมฟอร์ด


ไฮไลท์การแข่งขัน