13
shared

โควิดทำพิษส่งท้ายปี ฉุดท่องเที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่ทรุดฮวบ

11 ธันวาคม 2563 17:02 1575
โควิดทำพิษส่งท้ายปี ฉุดท่องเที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่ทรุดฮวบ

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดภาคเหนือกระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ฉุดยอดจองห้องพักวันหยุดยาวลดฮวบเหลือ 50%



        เดินทางกันมาไกลจนเกือบจะสิ้นปี ซึ่งที่ผ่านมาสถานการณ์ก็เริ่มทยอยคลี่คลายไปในทางที่ดี และด้วยบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เข้าช่วงไฮซีซัน ที่เที่ยวยอดฮิตคงหนีไม่พื้นโซนภาคเหนือ เพราะหลายคนก็อยากจะไปสัมผัสอากาศเย็น แต่เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมากลับพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในพื้นที่ ทำให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจหลายอย่างกลับมาหยุดชะงักอีกครั้ง  โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งกำลังฟื้นตัวดีขึ้นหลังเผชิญวิกฤติโควิดตั้งแต่ต้นปี 2563 

ดับฝันผู้ประกอบการช่วงหยุดยาวรัฐธรรมนูญ
      นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับว่า ในช่วงหยุดยาววันรัฐธรรมนูญนี้ คนไทยเกิดความลังเลในการเดินทางท่องเที่ยว หลักๆมาจากยอดติดเชื้อรายใหม่ จากคนไทยที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ได้รับผลกระทบ  เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นกับสถานการณ์การกลับมาแพร่ระบาดภายในประเทศอีกรอบ  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มประชุมสัมมนา ที่มีการยกเลิกการจองห้องพัก ยกเลิกการจัดงานสัมมนา และอีเวนท์ต่างๆ ในพื้นที่ 

        ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนอาจมีการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางในช่วงวันหยุดด้วยการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด หันมาเดินทางระยะใกล้ และชะลอการเดินทางระยะไกลไปในช่วงเทศกาลปีใหม่แทน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของภาคเหนือชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด 


cr:FB ททท.

ยอดจองที่พักเชียงใหม่และเชียงรายเหลือ 50-60%

        ก่อนหน้านั้นสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) คาดการณ์ว่าช่วงหยุดยาววันรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 10-13 ธ.ค. โรงแรมในเชียงใหม่และเชียงรายจะมีอัตราเข้าพักประมาณ 80% แต่เนื่องจากความกังวลของนักท่องเที่ยว ทำให้ไม่มียอดจองห้องพักใหม่เข้ามาเติมระหว่างสัปดาห์นี้ จากปกติจะมีเข้ามา 20-30% ทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยตลอดเดือน ธ.ค.นี้เหลือ 50-60%

สายการบินทยอยปรับแผนทำการบินช่วงสิ้นปี

        นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  การบินไทยได้มีการปรับแผนการทำการบินจากเดิมที่จะกลับมาทำการบินเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่และกรุงเทพ-ภูเก็ต ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลายๆจังหวัด ทำให้ต้องเลื่อนเปิดทำการบินอีกครั้งในวันที่ 1 ม.ค. 2564 ซึ่งผู้โดยสารที่จองเที่ยวบินไว้ สามารถแจ้งขอเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทางได้

        ขณะเดียวกันเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเป็นการสร้างรายได้สู่ภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน บริษัทจะทำการบินด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200ER ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2564 ในเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ เส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์  ซึ่งจะให้บริการแบบเต็มรูปแบบ (Full Service) ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้โดยสารอย่างเข้มงวด


cr:การบินไทย

นักท่องเที่ยวหันไปเที่ยวจังหวัดระยะใกล้แทน

        นายขจรเดช อภิชาตตรากุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา บอกว่า ขณะนี้ททท. อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่  ซึ่งมีผลกระทบในแง่ของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวในประเทศให้ชะลอตัวลงแน่นอน  อย่างไรก็ดีประชาชนได้จะหันมาท่องเที่ยวในระยะสั้นแทน เช่น จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง อาทิ พัทยา หรือจังหวัดในโซนภาคตะวันออก เนื่องจากเดินทางง่าย สะดวก ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเที่ยวได้ ซึ่ง ททท. คาดว่ามูลค่าทางการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท


cr:FB ททท.

        สำหรับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในวันหยุดยาวนี้ ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่หลัก ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เหมือนเช่นวันหยุดยาวเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา 

เราเที่ยวด้วยกันมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวเพิ่ม 74.15% 

       จากการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทยในเดือน ธ.ค.2563 ของกองวิจัยการตลาด ททท. (สำรวจ ณ วันที่ 25 พ.ย.2563) พบว่าโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว 74.15%

        ขณะที่โครงการคนละครึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว 88.57% โดยคนไทยมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 80.4% เพิ่มขึ้น 6.67% จากผลการสำรวจในเดือน ก.ย. ส่วนใหญ่เลือกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 62.82% รองลงมาเป็นช่วงวันหยุดรัฐธรรมนูญ 21.06% และช่วงวันพ่อแห่งชาติ 17.05%


cr:FB ททท.

        โดย ททท. คาดว่า ระหว่างวันที่ 10-13 ธ.ค.2563 จะมีคนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศ 3.11 ล้านคน-ครั้ง ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงวันหยุดพิเศษเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 12,600 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 40 %

         และแม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 ททท. ยังมั่นใจว่า ผู้ประกอบการ โรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดได้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาและประสบการณ์จากพื้นที่อื่นๆ โดย คาดว่าการท่องเที่ยวในภาพรวมจะฟื้นตัวอีกอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 หยุดยาว 10 ธ.ค. 63 ปชช.ออกเดินทาง-ท่องเที่ยวเพิ่ม 47.97%

 ททท.ชู #พัทยาไม่มาได้ไง ดันรายได้เมืองพัทยาท้ายปีโต 2 พันลบ.

 เผย 7 ข้อต้องรู้ หากจะใช้สิทธิ คนละครึ่ง ต่อจากเฟสแรก

 รวมเทศกาลดนตรีรับลมหนาว โค้งสุดท้ายของปี2020

 เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE