4
shared

'บิ๊กตู่' ลั่นโควิด-19 ยังไม่ระบาดระลอก 2 แต่ถ้าถึงขั้นนั้นต้อง"ชัตดาวน์"

8 ธันวาคม 2563 15:12 156
'บิ๊กตู่' ลั่นโควิด-19 ยังไม่ระบาดระลอก 2 แต่ถ้าถึงขั้นนั้นต้อง"ชัตดาวน์"

'บิ๊กตู่' ลั่นไวรัสโควิด-19 ยังไม่ระบาดในระลอก 2 แต่ถ้าถึงขั้นนั้นต้องชัตดาวน์ พร้อมขอความร่วมมือไม่สร้างความตื่นตระหนก ยืนยันรัฐบาลไม่มีปิดบังข้อมูล



วันนี้ (8ธ.ค.63) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอก 2 ว่า คงไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาไทยทำได้ดี จนมาถึงขณะนี้มีเพียงบุคคลไม่กี่คนที่ทำให้เกิดสถานการณ์ขึ้น ทำให้วันนี้ต้องหามาตรการเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อและประชาชน ที่ต้องช่วยกันไม่สร้างความตื่นตระหนก เพราะจะไม่เป็นผลดีที่สถานการณ์อาจย้อนกลับไปได้ ดังนั้นจึงขอให้ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น โดยรัฐบาลรู้ต้นตอของปัญหา และลงไปติดตามแก้ไข

ทั้งนี้ หากในส่วนของรัฐบาลก็ต้องเตรียมความพร้อม หากมีการระบาดในระลอก 2 ซึ่งหากเป็นขั้นนั้นก็อาจจะต้องชัตดาวน์ แต่รัฐบาลก็ไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องช่วยเหลือกัน ตนเองได้สั่งเรื่องของการตรวจสอบคัดกรองในทุกพื้นที่ ทั้งในแนวที่หนึ่ง คือแนวชายแดน แนวพื้นที่ตอนใน ที่ได้จัดตั้งด่านตรวจ จุดสกัดต่างๆ ส่วนในระดับพื้นที่คงต้องอาศัยประชาชนในการสังเกตุผู้ที่เข้าพื้นที่ผิดปกติ 

นายกรัฐมนตรี กำชับว่า วันนี้ยังไม่ใช่การระบาดในระลอกที่ 2 หรือ ลักษณะของ Super-spreader แต่เพียงการที่คนกลุ่มหนี่งเข้ามาในประเทศและเดินทางไปในที่ต่างๆ ซึ่งมีการติดตามตรวจสอบ ขณะนี้รอผลการตรวจสอบทางสาธารณสุข

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อติดตามทำความเข้าใจป้องกันไม่ให้ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบแย่ไปกว่าเดิม เนื่องจากจะเห็นว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการยกเลิกการจองโรงแรม ที่พัก เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ Super-spreader

ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการปิดบังข้อมูลใดใดและขอเตือนว่าบุคคลที่ลักลอบหรือให้การช่วยเหลือการเข้าเมืองมาตามช่องทางธรรมชาติล้วนมีความผิดต้องถูกจับกุมดำเนินคดี จึงขอความร่วมมือให้เข้ามาในช่องทางที่ถูกกฎหมายผ่านขั้นตอนคัดกรอง และสิ่งที่ดีที่สุด คือ การที่ทุกคนต้องรู้ตัวเองเพราะตัวเองย่อมรู้ว่าทำงานที่ไหนมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ซึ่งส่วนนี้ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและจิตสำนึกเห็นแต่ประโยชน์ส่วนรวมเพื่อไม่ให้การแพทย์ระบาดเกิดขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ต้องมีความระมัดระวังพื้นที่ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากสถานการณ์ไม่ดีนัก จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในทุกช่องทางซึ่งส่วนนี้ก็ต้องเห็นใจเจ้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยคนไม่กี่คนที่ทำให้เกิดความเสียหายก็จะต้องถูกดำเนินการ


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE