4
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 10 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม

1 ธันวาคม 2563 02:48 177
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 10 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม

ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ตัวสำรองลงซัดท้ายเกม แต่ไล่ไม่ทัน เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ฟูแล่ม 1-2 คาบ้าน พ่าย2นัดติด ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" ยังคงอยู่อันดับ 4 ของตาราง มี 18 คะแนน ด้าน "เจ้าสัวน้อย" ขยับหนีโซนตกชั้น เก็บได้ 7 แต้ม ในศึกพรีเมียร์ลีก วันจันทร์ที่ 30 พ.ย.63



วันนี้ (1 ธ.ค. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 10 ของฤดูกาล ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นการพบกันของ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับมือ ฟูแล่ม ลงทำการแข่งขัน เวลา 00.30 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมพยายามต่อบอลเพื่อลุ้นทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดมีจังหวะลุ้นประตูแบบจะแจ้ง เกมผ่านไปแล้ว 10 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ยังเสมอ ฟูแล่ม 0-0 

นาทีที่ 16 เป็นจังหวะจากลูกตั้งเตะในระยะได้ลุ้นของทีมเยือน ซึ่ง อเดโมล่า ลุคแมน เป็นคนปั่นฟรีคิก แต่ก็โด่งเหินข้ามคานออกไป 

ถัดมานาทีที่ 19 เจ้าบ้านมาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก โดย เจมส์ แมดดิสัน ปั่นไปติดกำแพง แล้วเป็น ยูริ ตีเลมันส์ ที่ลองซัดไกล บอลพุ่งไปชนเสาสอง กระดอนมาเข้าทาง เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ได้ยิงซ้ำอีกครั้ง แต่ก็โด่งไปเช็ดคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย 

นาทีที่ 26 เจ้าถิ่นมีโอกาสจากการทำเกมขึ้นมาทางด้านขวา โดย เดนนิส ปราต ผ่านบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ ได้เกี่ยวยิง แต่ก็ไปติดเซฟของ อัลฟงส์ อเรโอล่า ผู้รักษาระตูของ ฟูแล่ม

จากนั้นในนาทีที่ 28 ทีมเยือนทำเกมรุกขึ้นมาจากฝั่งขวา ก่อนที่ อิวาน กาวาเลยโร่ จะส่งบอลฉีกออกไปทางซ้ายให้กับ ลุค โทมัส ได้ซัด แต่ก็ไปตรงตัวของ คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายด่านของ เลสเตอร์ รับเอาไว้ได้

นาทีที่ 30 ทีมเยือนสวนกลับเร็ว แล้วเป็น ฟร้องค์ แซมโบ อ็องกิสซ่า ที่กระชากบอลหนีผู้เล่น เลสเตอร์ ก่อนที่จะส่งต่อให้ อเดโมล่า ลุคแมน ได้หลุดเดี่ยวเข้าไป แปเน้นๆ ไม่พลาดส่งบอลเข้าประตูพา ฟูแล่ม ออกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0

ต่อมาในนาทีที่ 38 คริสเตียน ฟุคส์ ไปทำฟาวล์ใส่ บ็อบบี้ รีด ล้มลงในกรอบเขตโทษ หลังจากนั้นผู้ตัดสินต้องขอดูภาพช้าจากวีเออาร์ ก่อนที่จะชี้ชัดให้ทีมเยือนได้จุดโทษ และเป็น อิวาน กาวาเลยโร่ ที่รับหน้าที่สังหาร ซัดไม่เหลือส่ง ฟูแล่ม หนี เลสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็น 2-0

นาทีที่ 41 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ อิวาน กาวาเลยโร่ ได้ง้างเท้ากดในกรอบระยะหกหลา บอลพุ่งแรง แต่ติดเซฟของ คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่ปัดเอาไว้ได้ทันควัน หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำจังหวะจะแจ้ง หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ตามหลัง ฟูแล่ม 0-2


ครึ่งเวลาหลัง

กลับมาสู่เกมครึ่งหลังต่างฝ่ายต่างพยายามเซ็ตเกม ซึ่งเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกมากกว่า แต่ก็ยังเจาะเกมรับของทีมเยือนไม่ได้ และไม่มีจังหวะได้ลุ้นอะไร เกมดำเนินผ่านไป 60 นาที

นาทีที่ 68 เลสเตอร์ ได้จบจากจังหวะที่ เจนกิซ อุนเดอร์ โยกหาช่อง ก่อนที่จะหักข้อยิงไกล แต่ไปเข้าซองของ อัลฟงส์ อเรโอล่า มือกาว ฟูแล่ม รับเอาไว้ได้แบบสบายๆ

ถัดมานาทีที่ 71 ทีมเยือนเติมขึ้นมากดดัน จนทำให้เจ้าถิ่นทำเสียบอลกันไปเอง ก่อนที่ อเดโมล่า ลุคแมน จะไหลย้อนกลับไปให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ได้ยิง แต่ก็ไปแฉลบผู้เล่น เลสเตอร์ หลุดออกหลังไป ฟูแล่ม ชวดได้ประตูเพิ่ม

นาทีที่ 74 ฟูแล่ม ได้ยังคงได้ลุ้นต่อเนื่อง จากการที่ แอนโทนี โรบินสัน พาบอลขึ้นไปเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนที่จะส่งย้อนคืนให้ อเดโมล่า ลุคแมน ได้ล็อกแตะหลบ เจมส์ จัสติน แล้วได้กดเต็มข้อ แต่ก็ไม่ผ่านมือ คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่ปัดเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ต่อมานาทีที่ 86 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีไข่แตก จากการที่ ยูริ ตีเลมันส์ เปิดบอลแล้วไปแฉลบผู้เล่นทีมเยือน จนไปเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ ที่พยายามจะโหม่งตั้ง ก่อนจะได้จบโดย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ พักอก แล้วหวดในระยะเผาขน ส่งบอลตุงตาข่ายช่วยให้ เลสเตอร์ ไล่ตาม ฟูแล่ม 1-2

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพ่าย ฟูแล่ม 1-2 ทำให้ "จิ้งจอกสยาม" ยังอยู่อันดับ 4 ของตาราง มี 18 คะแนน ซึ่งเป็นการแพ้ 2 นัดติดต่อกันในศึกพรีเมียร์ลีก ด้าน "เจ้าสัวน้อย" ขยับขึ้นที่ 17 เก็บได้ 7 แต้ม หนีโซนตกชั้น


11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

เลสเตอร์ ซิตี้ ระบบ (3-4-2-1) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล ; เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, คริสเตียน ฟุคส์ ; เจมส์ จัสติน, ยูริ ตีเลมันส์, น็อมปาลิส เมนดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.70), ลุค โทมัส (เจนกิซ อุนเดอร์ น.46) ; เดนนิส ปราต (ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ น.46), เจมส์ แมดดิสัน ; เจมี่ วาร์ดี้ 

ฟูแล่ม ระบบ (4-2-3-1) : อัลฟงส์ อเรโอล่า ; โอล่า ไอน่า, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, โทซิน อดาราบิโอโย่, แอนโทนี โรบินสัน ; แฮร์ริสัน รีด, ฟร้องค์ แซมโบ อ็องกิสซ่า ; บ็อบบี้ รีด, รูเบน ลอฟตัส-ชีค (มาริโอ เลอมิน่า น.77), อเดโมล่า ลุคแมน (โจ ไบรอัน น.90+1) ; อิวาน กาวาเลยโร่ (อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช น.87)


ไฮไลท์การแข่งขัน