0
shared

ไขข้อสงสัย 'หลุยส์-กุชชี่' บริจาคมหาศาลซ่อมนอทร์-ดาม

25 เมษายน 2562 00:00 10
ไขข้อสงสัย หลุยส์-กุชชี่-ดิออร์-ลอรีอัล บริจาคซ่อมมหาวิหารนอทร์-ดาม ชี้ช่วยฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งปารีส อันเป็นแหล่งต้นกำเนิดของทุกแบรนด์ระดับโลก

วันนี้ ( 22 เม.ย. 62 )มีคนตั้งคำถามว่า สมมติว่าเกิดไฟไหม้มหาวิหารนอทร์-ดามเมื่อ 20-50 ปีก่อน แบรนด์กุซซี่และดิออร์ จะยกมือเป็นรายแรก เพื่อบริจาคเงินซ่อมมหาวิหารแห่งนี้หรือไม่ นี่คือคำถามที่นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กตั้งคำถาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัท LVMH-Kering SA และครอบครัวผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ หลุยส์วิตตอง เป็นนักธุรกิจรายแรกๆที่ยกมือบริจาคเงินเพื่อซ่อมมหาวิหาร อันเปรียบเหมือนสัญญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและเป็นมรดกทางศิลปะอันยิ่งใหญ่ของกรุงปารีส

 

ปารีส ไม่ได้เป็นแค่เมืองหลวง ในสายตาของนักธุรกิจสายศิลปะแฟชั่นเมืองฝรั่งเศส เท่านั้น แต่ปารีส คือตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นโลก ปารีสคือจิตวิญญาณของคนแฟชั่น เป็นแหล่งกำเนิด ที่ทำให้กระเป๋าของหลุยส์ วิตตอง กลายเป็นเครื่องประดับล้ำค่าของสาวๆ ตั้งแต่ยุคอดีต ทำให้หมวกเก๋ๆ ของ Coco Chanel ใบแรกถูกซื้อไปสวมใส่จน กลายเป็นงานศิลปะที่ทุกสายตาต้องหันไปมอง ภาพเหล่านั้นถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ โดยมีฉากหลังคือมหาวิหารนอทร์-ดามแห่งนี้ ช่วยเสริมให้สินค้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยรสนิยมโด่งดังเป็นที่หมายปองของสาวทั่วโลกได้เพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้นการรีบซ่อมแซมสัญลักษณ์ทางศิลปะของกรุงปารีส ให้ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม ก็เหมือนกันรักษาภาพประวัติศาสตร์ ของสินค้าแบรนด์เนม สัญชาติฝรั่งเศสเอาไว้

 

นอกจากนั้นนักธุรกิจเหล่านี้ ก็เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของฝรั่งเศส ที่ร่ำรวยอยู่บนพื้นฐานของเมืองหลวงแห่งศิลปะ ของชาตินั่นเอง และพวกเขาก็เต็มใจจะช่วยกันฟื้นฟูสมบัติชาติเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน

 

เบอร์นาร์ต อาร์โนลต์ ประธานบริษัท LVMH คนล่าสุดคือคนที่ร่ำรวยที่สุดของฝรั่งเศส ส่วนฟรองซัวส์ ปิโนลต์ ซึ่งร่วมหุ้นอยู่กับหลุยส์วิตตอง ก็รวยเป็นอันดับสามของประเทศ ส่วนตระกูล เบตตองกูรต์-เมแยร์ส เจ้าของแบรนด์ โลรีอัล L’Oreal ก็เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เริ่มบริจาคเป็นรายแรกๆ  อุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างรายได้คิดเป็น 2.7% ของจีดีพี ส่วนมูลค่าหุ้นของ L’Oreal ก็มีมูลค่าสูงถึง 19.8% ของตลาดดัชนี CAC ของตลาดหุ้นฝรั่งเศส และแน่นอนว่ามหาวิหารนอเตรอ-ดาม คือหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของ สินค้าสุดหรูระดับไฮเอนด์ของโลก

 

คนฝรั่งเศสและนักธุรกิจในวงการแฟชั่นตระหนักดีว่า การครอบครองสินค้าสุดหรูราคาแพง มีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้หลายทาง หนึ่งในนั้นคือการผสมผสานระหว่าง งานศิลปะ วัฒนธรรมอันหรูหราของฝรั่งเศส และการเดินทางและแน่นอนว่า กรุงปารีสคือคำตอบของทุกปัจจัย หากปารีสขาดสัญญลักษณ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ยอมกระทบต่อภาพลักษณ์สุดแพงของสินค้าแบรนด์ สัญญชาติฝรั่งเศส อย่างแน่นอน